เป็นวิธีง่ายๆ เพื่อให้ผู้ใช้ root สามารถรันโปรเซสหรือโปรแกรมบน Linux/UNIX ภายใต้สิทธิหรือ permission ผู้ใช้ user อื่นบนเครื่องเดียวกัน
ในบทความนี้ขอแสดงตัวอย่างและเปรียบเทียบผลลัพธ์การใช้คำสั่ง cp ด้วยออปชั่นต่างๆ ว่าข้อมูลของไฟล์ (file perrmission, owner, group, timestamps, attributes) ว่าแตกต่างกันอย่างไร
ก่อนที่จะติดตั้งไฟล์ rpm ที่ได้มา ไม่ว่าจากแผ่นดีวีดีติดตั้งของ distribution ต่างๆ หรือดาวน์โหลดมาจากอินเตอร์เน็ต แนะนำให้อิมพอร์ต Public Key ของไฟล์ rpm ลงในเครื่องที่จะติดตั้งก่อน เพื่อใช้ตรวจสอบความถูกต้องของไฟล์ rpm ว่าไฟล์ที่ใช้ในการติดตั้งเป็นไฟล์ที่มาจากผู้พัฒนาหรือสร้างไฟล์ rpm จริงๆ ไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงใดๆ
หลังจากติดตั้ง Fedora 10 เมื่อบู๊ตเครื่องขึ้นมา จะมีแถบสี วิ่งจากซ้ายไปขวา ไปชนคำว่า Fedora 10 โดยไม่มีข้อความเกี่ยวกับการบู๊ตขึ้นมาเลย จะมีอีกทีก็หลังจากบู๊ตเสร็จ ขึ้นหน้า login
ส่วนตัวผู้เขียนแล้ว ไม่ชอบหน้าจอการบู๊ตแบบนี้ คือบางครั้งหน้าจอค้างไปนาน เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าไปติดปัญหาที่ตรงไหน ไม่เหมือนกับการขึ้นข้อความแสดงการโหลดส่วนต่างๆ ดังนั้นเลยหาวิธีแก้ไข ให้กลับมาเหมือนเดิม
เพื่อป้องกันการสับสนในการเปิดโปรแกรมหลายๆ วินโดวส์พร้อมๆ กัน ในโปรแกรม PuTTY ที่ใช้สำหรับ Telnet หรือ Secure Shell เราสามารถตั้งค่า Window Title เพื่อแยกแยะความแตกต่างระหว่างวินโดวส์แต่ละอันที่เปิดขึ้นมา ซึ่งทำได้โดย กดที่ไอคอนเล็กๆ มุมบนซ้ายของโปรแกรม PuTTY แล้วเลือก Change Settings… จากนั้นคลิก Window-Behaviour หน้าจอจะมีให้ตั้งค่า Window title ให้กับโปรแกรมได้
เคยประสบปัญหาแบบนี้หรือไม่ ต้องการเก็บการพิมพ์คำสั่งและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่ทำผ่านหน้าจอเทอร์มินอล เพื่อบันทึกไว้ในไฟล์ ไม่ว่าจะเป็นทางคอนโซลของลีนุกซ์โดยตรง หรือผ่านการ telnet หรือ secure shell ซึ่งไฟล์ที่เก็บนี้สามารถนำมาดูย้อนหลังได้
ถ้าผ่าน telnet หรือ secure shell สามารถทำได้โดยใช้คุณสมบัติ session logging ของโปรแกรมที่ใช้ เช่น โปรแกรม PuTTY ก็มีให้เลือกทำ session logging แล้วเก็บเป็นไฟล์ได้ แต่ถ้าใช้ผ่านคอนโซล (tty) ล่ะ ???
ได้อ่านบทความจากนิตยสาร Linux Journal แนะนำการใช้คำสั่ง script เพื่อบันทึกหน้าจอ ซึ่งตรงกับที่ต้องการ เลยนำมาแนะนำให้ใช้กัน
คำสั่ง script เป็นส่วนหนึ่งของชุดโปรแกรม util-linux-ng ซึ่งโดยทั่วไปจะติดตั้งมาพร้อมกับลีนุกซ์เวอร์ชั่นต่างๆ อยู่แล้ว
จากที่ได้ แนะนำการใช้งานโปรแกรม Secure Shell (SSH) เพื่อล็อกอินไปยังเครื่องอื่นนั้น โดยดีฟอลต์แล้วจะต้องใส่รหัสผ่าน (password) ก่อนที่จะล็อกเข้าไปยังเครื่องปลายทางได้ หรือรันคำสั่งบนเครื่องปลายทางได้
แต่ในบางครั้งการที่ต้องใส่รหัสผ่านทุกครั้งทำให้ไม่สะดวกในการใช้งาน ตัวอย่างเช่นต้องล็อกอินไปยังหลายๆ เครื่องอยู่เป็นประจำ หรือการเขียน Shell Script เพื่อล็อกอินไปยังเครื่องต่างๆ เพื่อรันคำสั่งที่ต้องการ ในที่นี้จะแนะนำการล๊อกอินไปยังเครื่องปลายทางโดยไม่ต้องใส่รหัสผ่าน แต่อาศัยการล็อกด้วย Public Key Authentication
SSH (Secure Sell) คือโปรแกรมสำหรับล็อกอินและรันคำสั่งที่เครื่องปลายทางได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปใช้งานที่หน้าจอคอนโซลของเครื่อง จุดประสงค์หลักของโปรแกรมคือทำหน้าที่แทนโปรแกรมประเภท rlogin, rsh หรือ telnet โดยจะมีการเข้ารหัสข้อมูล (encrypted) เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลที่ส่งระหว่าง SSH Client และ SSH Server
เราสามารถใช้คำสั่ง telnet ตรวจสอบเวอร์ชั่นของเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่รันอยู่บนเครื่องอื่นได้ ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งของ HTTP Header ที่ส่งจากเซิร์ฟเวอร์กลับไปยังไคลเอนต์
วิธีการคือใช้คำสั่ง telnet ตามด้วยชื่อเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการตรวจสอบ ลงท้ายด้วยตัวเลข 80 ซึ่งเป็นพอร์ตที่รันโดยดีฟอลต์เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์
การติดตั้งโปรแกรมบนลินุกซ์วิธีการหนึ่งที่นิยมกันคือใช้ไฟล์ประเภท rpm ซึ่งไฟล์ที่ติดตั้งนั้นจะถูกคอมไพล์เป็น binary โดยทีมงานที่พัฒนา Linux Distribution ซึ่งเป็นไฟล์จะติดตั้งได้สะดวกพร้อมใช้งาน ด้วยคำสั่ง rpm หรือ yum
ไฟล์ binary เหล่านี้ชื่อไฟล์จะมีการเพิ่มเติมประเภทของเครื่องที่โปรแกรมนี้สามารถติดตั้งใช้งานได้เช่น i386, i586, i686, x86_64 เป็นต้น
แต่ในบางครั้งเราจำเป็นต้องมีการคอมไพล์โปรแกรมใหม่ เพื่อปรับปรุงเรื่องเวอร์ชั่น ตัดหรือเพิ่มคุณสมบัติของโปรแกรมบางอย่างซึ่งไฟล์เหล่านี้อาจจะไม่มีในรูปแบบ binary
read more…
