ในกรณีที่คอนฟิกให้ลีนุกซ์ตรวจสอบ user, group (authenticate) จาก LDAP Server ทุกครั้งที่มีการอ้างอิง เช่นการสร้างไฟล์ หรือแสดงรายชื่อไฟล์ด้วยคำสั่ง ls ของ user หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ user, group เครื่องจะต้องมีการสอบถามจาก LDAP ทุกครั้ง ทำให้บางครั้งอาจเพิ่มโหลดมากเกินไปบนตัว LDAP Server
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ user, group จาก LDAP แนะนำให้รันเซอร์วิส nscd (name service cache daemon) บนเครื่อง โดยโปรแกรมนี้จะทำหน้าที่เก็บข้อมูล cache ไว้บนเครื่องตัวเอง ถ้าถามซ้ำกับข้อมูลเดิมที่มีอยู่ใน cache แล้ว ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ (time to live) จะไม่มีการส่งไปถาม LDAP Server อีก
ข้อเสียของการรันเซอร์วิส nscd อย่างหนึ่งคือ เรื่องการตั้งค่าเวลา (time to live) ทำให้บางครั้งอาจไม่ได้ข้อมูลที่ล่าสุด เช่นดีฟอลต์เวลาที่ cache ไว้สำหรับการเก็บข้อมูลของ user คือ 600 วินาที สำหรับการค้นหาข้อมูลที่สำเร็จ (positive-time-to-live) ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลของ user บน LDAP Server จะต้องรอจนเวลานี้ผ่านไป ข้อมูล cache ใน nscd ถึงจะปรับปรุงเป็นข้อมูลใหม่
ไฟล์คอนฟิก /etc/openldap/slapd.conf สำหรับ คอนฟิก Samba เป็น Domain Controller โดยปรับปรุงเพิ่มเติมคุณสมบัติดังนี้
- กำหนดคีย์ (index) ที่ใช้ในการค้นหาข้อมูล
- อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยน password โดยใช้คำสั่ง smbldap-passwd ด้วยตัวเองได้ ไม่ต้องใช้ rootdn
-
ซ่อนรหัสผ่าน (password) ไม่ให้สามารถอ่านได้โดยตรง แต่ใช้ในการตรวจสอบสิทธิ (authenticate) ได้
ในบทความนี้จะกล่าวถึงการใช้งานโปรแกรม smbldap-tools (เวอร์ชั่น 0.9.5) สำหรับเพิ่ม แก้ไข ลบข้อมูลของ user หรือ group ที่อยู่ใน LDAP เพื่อใช้งานร่วมกับ Samba
หมายเหตุ ทุกคำสั่งของ smbldap-tools สามารถที่จะดูวิธีการใช้งานโดยย่อได้ จากการรันคำสั่งที่ต้องการแล้วต่อท้ายด้วยออปชั่น ‘-h’ หรือ ‘-?’ หรือไม่ก็อ่านรายละเอียดการใช้งานได้จาก man page ของแต่ละคำสั่ง
บทความนี้จะอธิบายการติดตั้งโปรแกรม smbldap-tools เพื่อช่วยในการคอนฟิกให้ Samba สามารถที่จะตรวจสอบ (authenticate) user จาก OpenLDAP ได้ โดยจะอ้างอิงจากการ
ในบทความนี้จะถือว่าเป็นการติดตั้ง OpenLDAP ใหม่เลย โดยไม่มีข้อมูลใดๆ อยู่ใน LDAP
จากบทความ ติดตั้ง OpenLDAP Server บน Fedora 9 และ เพิ่มบัญชีผู้ใช้งานเข้าไปใน OpenLDAP
ในบทความนี้จะแสดงวิธีการเพิ่ม แก้ไข ลบ รวมทั้งการเปลี่ยนรหัสผ่าน (Password) ของผู้ใช้งานที่ถูกเก็บข้อมูลไว้ใน OpenLDAP โดยจะสร้างเป็นไฟล์ ldif แล้วใช้คำสั่งของ ldap ในการแก้ไข
หลังจากที่ ติดตั้ง OpenLDAP Server ไปแล้ว บทความนี้จะเป็นการเริ่มต้นใส่ข้อมูลเข้าไปใน LDAP ซึ่งในที่นี้จะใส่ข้อมูลให้สามารถเก็บบัญชีผู้ใช้งาน (User Account) และรหัสผ่าน (Password) เพื่อให้สามารถ authenticate user บนลีนุกซ์ได้
จากครั้งก่อนได้กล่าวถึง การติดตั้งและคอนฟิก Fedora Directory Server เบื้องต้น ซึ่งเป็น LDAP Server ที่พัฒนาจากทีมงานของ Fedora ในบทความนี้จะกล่าวถึงอีกทางเลือกหนึ่งในการเลือกใช้งาน LDAP Server โดยจะเป็นการติดตั้งและเริ่มต้นคอนฟิก OpenLDAP Server
หลังจากที่เราติดตั้งและคอนฟิก Fedora Directory Server เรียบร้อยแล้ว ในบทความนี้จะอธิบายถึงการเก็บ UNIX User Account และ Group เข้าไปใน LDAP เพื่อที่จะใช้รองรับการ authentication จากโปรแกรมต่างได้ เช่น สำหรับการ login, secure shell และอื่นๆ
Fedora Directory Server เป็น LDAP Server โปรแกรมหนึ่ง ซึ่งมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับ OpenLDAP แต่จะมีโปรแกรมหน้าจอ (console) ช่วยในการจัดการ ตั้งค่า คอนฟิกต่างๆ ใน LDAP Server ได้สะดวกมากขึ้น
ในบทความนี้จะกล่าวถึงการติดตั้งโปรแกรมและคอนฟิก Fedora Directory Server เบื้องต้น เพื่อสร้างคอนฟิกของ directory พื้นฐานสำหรับการใช้งานต่อไป
read more…
