จากบทความ คอนฟิก Squid Proxy Server ให้ผู้ใช้ใส่ user, password ก่อนเข้าเว็บ
เป็นการตรวจสอบ user จาก Local Password หรือไฟล์ /etc/passwd, /etc/shadow ผ่าน Linux PAM ที่อยู่บนเครื่อง proxy server เอง
แต่ถ้าบริษัทหรือองค์กรของเรามีการเก็บ user, password อยู่บนเซิร์ฟเวอร์เครื่องอื่น เช่นเก็บรวมเป็นศูนย์กลางบน LDAP Server เราก็สามารถคอนฟิก Squid Proxy Server ให้ตรวจสอบ user, password จาก LDAP Server ได้
บทความนี้อธิบายวิธีการคอนฟิก Squid Proxy Server เพื่อให้ผู้ใช้งานต้องใส่ user, password ก่อนถึงจะใช้งานอินเตอร์เน็ตได้
โดยจะตรวจสอบ user, password กับ Local Password หรือไฟล์ /etc/passwd, /etc/shadow ผ่าน Linux PAM ที่อยู่บนเครื่อง Proxy Server เอง
บทความนี้แสดงตัวอย่างการทดสอบโดยใช้โปรแกรม wget โหลดไฟล์ผ่าน squid เพื่อดูผลของการตั้งค่า cache size ต่างๆ ว่ามีผลต่อการโหลดไฟล์ การ HIT cache อย่างไร
ในแต่ละการทดสอบ มีการแสดงไฟล์ log ของ squid ด้วย คือไฟล์
- access_log (/var/log/squid/access_log) เก็บข้อมูลการใช้งาน proxy ว่ามาจากเครื่อง “client” ไหน เข้าเว็บไซต์ไหน รวมทั้งบอกผลการ HIT cache หรือไฟล์ที่โหลดนั้น มีอยู่ใน cache หรือยัง
- store_log (/var/log/squid/store.log) เก็บรายละเอียดการสร้าง “SWAPOUT” หรือลบ “RELEASE” ไฟล์ cache
ปกติการติดตั้ง squid โดยใช้คำสั่ง rpm สามารถที่จะใช้งานได้เลย แต่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของ squid เช่น เพิ่มขนาดของไฟล์ cache เพื่อให้สามารถเก็บไฟล์ได้มากขึ้น ซึ่งมีผลให้โอกาสที่มีการโหลดไฟล์เดียวกันซ้ำ (cache hit) มีสูงมากขึ้น ทำให้ประหยัด bandwidth ที่ต้องใช้ในการโหลดไฟล์จากอินเตอร์เน็ต
บทความนี้กล่าวถึงการแก้ไขคอนฟิกของ squid ในส่วนเพื่อเพิ่มขนาดของ cache โดยจะทดสอบบน Fedora 11 คอนฟิกไฟล์ของ squid จะอยู่ที่ /etc/squid/squid.conf
read more…

