คอนฟิก NTP บนลินุกซ์

ส่วนหนึ่งของ พรบ.ด้านคอมพิวเตอร์ ปี 2550 คือต้องปรับเวลาของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ตรงกับเวลามาตรฐาน เพราะจะมีผลต่อ log file ต่างๆ ที่อยู่ในเครื่อง เพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง

ในบทความนี้จะแนะนำวิธีการคอนฟิก NTP ในลินุกซ์ เพื่อให้มีเวลาตรงกับมาตรฐาน โดยจะมีตัวอย่างการคอนฟิกของ Fedora 9

NTP คืออะไร
NTP ย่อมาจาก Network Time Protocol ถือว่าเป็น protocol หนึ่ง (UDP Port 123) ที่ใช้ในการปรับเวลาของเครื่องต่างๆ ที่อยู่บนเครือข่ายให้มีเวลาตรงกันตลอดเวลา โดยเครื่อง client จะรัน ntpd เพื่อใช้เทียบเวลา server อยู่เรื่อยๆ ตลอดเวลา ซึ่งถ้าเวลาไม่ตรง โปรแกรม ntpd จะค่อยๆ ปรับเวลาของเครื่อง client ให้ใกล้เคียงเรื่อยๆ จนตรงกับ server ในที่สุด

ในการใช้งาน จะมีวิธีการอ้างอิงเวลาเป็นลำดับขั้นที่เรียกว่า stratum โดยบนเครื่องคอมพิวเตอร์ค่าเริ่มต้นจะตั้งแต่ 1 ซึ่งถือเป็นเวลามาตรฐานกลาง เครื่องที่ทำหน้าที่เป็น stratum 1 นั้น จะมีกระบวนการเทียบเวลาจากอุปกรณ์ชนิดอื่นๆ ที่ไม่ใช่คอมพิวเตอร์  เช่น GPS เป็นต้น (อุปกรณ์จำพวกนี้ ถือว่าเป็น stratum 0, หาอ่านเพิ่มเติมได้จากในส่วนของ ข้อมูลอ้างอิง)

ตอนคอนฟิก ถ้าเราไม่มีอุปกรณ์ที่เป็น stratum 0 แล้ว เราก็ต้องต่ออินเตอร์เน็ต เพื่ออ้างอิง (sync) เวลามาจากเครื่องที่เป็น stratum 1 และเมื่อเวลาตรงกันแล้ว เครื่องของเราก็จะถือว่าเป็น stratum 2 แล้วถ้าเครื่องที่มาอ้างอิงเวลาจากเครื่องนี้อีกที ก็จัดเป็น stratum 3, 4 เรื่อยๆ

ประโยชน์ในการจัดเป็น stratum คือจะลดโหลดที่เกิดขึ้น คือแทนที่ทุกเครื่องจะไปอ้างอิง (sync) เวลามาจาก stratum 1 ก็กระจายโหลดไป ทั้งลดโหลดบน stratum 1 เอง แล้วก็ประหยัด bandwidth อินเตอร์เน็ตด้วย

คำแนะนำ : ในทางปฎิบัติ แนะนำให้คอนฟิก NTP บนเครื่องเดียวหรือสองเครื่อง ที่ต่ออินเตอร์เน็ตได้ ให้ไปเทียบเวลาจาก  stratum 1 ส่วนเครื่องอื่นๆ ในสำนักงานของเรา ก็คอนฟิกเพื่อมาเทียบเวลาจากเครื่องนี้แทน หรืออาจจะมี ลำดับ 3, 4 ต่อไปอีกก็ได้ แล้วแต่จำนวนเครื่องที่มีอยู่ เช่น มีเครื่องที่ทำหน้าที่ stratum 2 ที่ต่ออินเตอร์เน็ตอยู่ 2 เครื่อง แล้วมี stratum 3 อีกจำนวนหนึ่งของแต่ละฝ่าย ส่วนเครื่อง client ที่อยู่ในฝ่ายก็คอนฟิกให้เทียบเวลาจาก stratum 3 อีกที ก็จะเป็น statum 4

เริ่มคอนฟิก NTP
โดยดีฟอลต์แล้ว NTP จะติดตั้งมาพร้อมกับ Fedora และจะมีคอนฟิกไฟล์หลักคือ /etc/ntp.conf ในคอนฟิกจะอ้างอิงเวลากับ stratum 1 ซึ่งเป็น time server จำนวน 3 ตัว ซึ่งเป็นของทาง redhat.com แต่ถ้าดูแล้วยังไม่มีการติดตั้ง ก็ติดตั้ง rpm ที่ชื่อ ntp-4.2.4p4-6.fc9

ตัวอย่างคอนฟิก NTP ที่ติดตั้งมากับ Fedora 9

[root@server ~]# cat /etc/ntp.conf
...
# Use public servers from the pool.ntp.org project.
# Please consider joining the pool (http://www.pool.ntp.org/join.html).
server 0.fedora.pool.ntp.org dynamic
server 1.fedora.pool.ntp.org dynamic
server 2.fedora.pool.ntp.org dynamic
...

หลังจากตรวจสอบการติดตั้งและคอนฟิก ขั้นต่อไปคือการรัน service โดยจะมี ntpdate และ ntpd ที่ต้องรัน ntpdate จะเป็นโปรแกรมที่รันครั้งเดียวปรับเวลาของเครื่องให้ใกล้เคียงกับ server มากที่สุด ส่วนการปรับโดยละเอียดจะเป็นหน้าที่ของ ntpd ซึ่งจะรันเป็น daemon อยู่ตลอดเวลา ค่อยๆ ปรับเวลาให้ตรงกับ server ซึ่งบางครั้งต้องใช้เวลานานพอสมควร

ในตัวอย่าง จะแสดงการรันคำสั่ง พร้อมทั้งข้อความที่ขึ้นในไฟล์ /var/log/messages ด้วย เพื่อแสดงสถานะการปรับเวลา

ตัวอย่างการรัน service NTP

[root@server ~]# /etc/init.d/ntpdate start
Aug 31 22:02:55 server ntpdate[20097]: step time server 66.187.233.4 offset -47.741249 sec
[root@server ~]# /etc/init.d/ntpd start
Aug 31 22:05:43 server ntpd[20149]: ntpd 4.2.4p4@1.1520-o Mon Apr  7 17:39:41 UTC 2008 (1)
Aug 31 22:05:43 server ntpd[20150]: precision = 22.000 usec
Aug 31 22:05:43 server ntpd[20150]: Listening on interface #0 wildcard, 0.0.0.0#123 Disabled
Aug 31 22:05:43 server ntpd[20150]: Listening on interface #1 wildcard, ::#123 Disabled
Aug 31 22:05:43 server ntpd[20150]: Listening on interface #2 lo, ::1#123 Enabled
Aug 31 22:05:43 server ntpd[20150]: Listening on interface #3 eth0, fe80::20c:29ff:feef:f18c#123 Enabled
Aug 31 22:05:43 server ntpd[20150]: Listening on interface #4 lo, 127.0.0.1#123 Enabled
Aug 31 22:05:43 server ntpd[20150]: Listening on interface #5 eth0, 192.168.1.1#123 Enabled
Aug 31 22:05:43 server ntpd[20150]: kernel time sync status 0040
Aug 31 22:09:59 server ntpd[20150]: synchronized to 66.187.233.4, stratum 1
Aug 31 22:09:59 server ntpd[20150]: time reset -0.299785 s
Aug 31 22:14:30 server ntpd[20150]: synchronized to 66.187.224.4, stratum 1

การใช้คำสั่ง ntptrace เพื่อแสดงสถานะ stratum
เราสามารถใช้คำสั่ง ntptrace เพื่อตรวจสอบว่า ตอนนี้เครื่องของเรา เป็น stratum เท่าไร ซึ่ง stratum 16 หมายถึง เครื่องของเรายังไม่สามารถปรับเวลาให้ตรงกับ stratum 1 ได้ ต้องใช้เวลา

[root@server etc]# ntptrace
server.spalinux.com: stratum 16, offset 0.000000, synch distance 0.001800

เมื่อเวลาผ่านไปซักพัก เมื่อเครื่องของเราสามารถปรับเวลาให้ตรงได้แล้ว จะมีข้อความดังตัวอย่าง ขึ้นในไฟล์ /var/log/messages

Aug 31 22:22:01 server ntpd[20150]: synchronized to 66.187.233.4, stratum 1
Aug 31 22:25:59 server ntpd[20150]: time reset -0.271322 s
Aug 31 22:25:59 server ntpd[20150]: kernel time sync status change 0001
Aug 31 22:35:18 server ntpd[20150]: synchronized to 66.187.233.4, stratum 1

ซึ่งถ้าเราใช้คำสั่ง ntptrace ตรวจสอบดู จะเห็นว่าเครื่องของเรากลายเป็น stratum 2 แล้ว ซึ่งถือว่าเครื่องเรามีเวลาเป็นมาตรฐานแล้ว

[root@server etc]# ntptrace
server.spalinux.com: stratum 2, offset 0.014226, synch distance 0.225802
clock1.redhat.com: stratum 1, offset -0.000001, synch distance 0.000330, refid 'CDMA'

การเปิด server ตอนบู๊ตเครื่อง
สุดท้ายอย่าลืมเปิด service ทั้งสองอัน สำหรับตอนบู๊ตเครื่องด้วย ซึ่งสามารถทำได้ตามตัวอย่าง

ตัวอย่างการเปิด server NTP สำหรับตอนบู๊ตเครื่อง

[root@server etc]# chkconfig ntpd on
[root@server etc]# chkconfig ntpdate on
[root@server etc]# ls -l /etc/rc3.d/*ntp*
lrwxrwxrwx 1 root root 17 2008-08-31 22:07 /etc/rc3.d/S57ntpdate -> ../init.d/ntpdate
lrwxrwxrwx 1 root root 14 2008-08-31 22:07 /etc/rc3.d/S58ntpd -> ../init.d/ntpd

การคอนฟิก NTP สำหรับเครื่อง Client
ส่วนการคอนฟิกในเครื่องอื่นๆ นั้น ถ้าเป็นลินุกซ์ก็แก้ไฟล์ /etc/ntp.conf ให้ชี้มาเครื่องที่เราคอนฟิกเป็น stratum 2 นี้ หรือถ้าเป็น Windows XP สามารถ double-click ที่เวลาแล้วเลือกไปที่ Internet Time คลิกเพื่อเลือก [x] Automatically synchronize with an Internet time server แล้วใส่ server ให้เป็น ip address ของเครื่อง stratum 2 สุดท้ายก็กด Update Now ถ้าถูกต้องจะมีข้อความขึ้นเป็น  The time has been successfully synchronized with 192.168.1.1 on 31/08/08 at 10:46 PM.

ข้อมูลอ้างอิง

Leave a Reply