หลังจากติดตั้ง MySQL แล้ว แนะนำให้รัน mysql_secure_installation เพื่อเปลี่ยนคอนฟิกเริ่มต้นเช่น password ในการเรียกใช้ database
แต่ถ้ารันคำสั่งนี้ในขณะที่อยู่ในไดเร็คทอรีที่ไม่สามารถเขียนไฟล์ได้ (read-only) เช่นอยู่ในไดเร็คทอรีที่ mount CD หรือ DVD จะขึ้น error ตามด้านล่าง
[root@fc11-64min Packages]# pwd /media/Packages
[root@fc11-64min Packages]# mysql_secure_installation
touch: cannot touch `.my.cnf.2100': Read-only file system
touch: cannot touch `.mysql.2100': Read-only file system
chmod: cannot access `.my.cnf.2100': No such file or directory
chmod: cannot access `.mysql.2100': No such file or directory
read more...
เคยประสบปัญหาในการล็อกอินด้วย secure shell ไปยังเครื่องปลายทางช้าหรือไม่ กว่าที่จะขึ้นให้ใส่ password โดยที่เครื่องปลายทาง (secure shell server) ดูแล้วปกติไม่ได้ทำงานหนักอะไร โหลดของเครื่องก็เป็น 0.00
ตรวจสอบโหลดบนเครื่องปลายทาง ด้วยคำสั่ง uptime
[root@ssh-server ~]# uptime 16:02:28 up 1:21, 1 user, load average: 0.00, 0.00, 0.00
บทความนี้จะเสนอการแก้ไขคอนฟิกของ sshd ซึ่งทำหน้าที่เป็น secure shell server โดยตัวอย่างทดสอบ ssh จากเครื่องชื่อ ssh-client ไปยังเครื่องปลายทางชื่อ ssh-server (192.168.1.1)
บทความนี้จะอธิบายการแก้ไขปัญหาหลังจากเปลี่ยน IP Address ของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่รัน Samba ทำหน้าที่เป็น Domain Controller หรือ PDC บนลีนุกซ์
ตัวอย่างในบทความนี้จะเป็นการแก้ไขหลังจากเปลี่ยน IP ของเครื่องเซิร์ฟเวอร์จาก 10.1.0.1 ไปเป็น IP ใหม่คือ 192.168.1.1 ของโดเมน SMBLDAP
บทความนี้ขอแนะนำการใช้คำสั่ง ethtool บนลีนุกซ์เพื่อตรวจสอบสถานะของการ์ดเน็ตเวิร์กว่าเป็นอย่างไร เช่น สถานะของลิ้งก์ที่เชื่อมต่ออยู่ว่า Up หรือ Down ความเร็ว (speed) ของการเชื่อมต่อเท่าไร
รหัสผ่านของ root หรือ root password เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในลินุกซ์ เพราะการแก้ไขทุกอย่างในลินุกซ์ต้องเข้าเป็น root ก่อนถึงจะทำได้ การลืมรหัสผ่านจึงทำให้เราไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลยในลินุกซ์
บทความนี้แนะนำวิธีหนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาเมื่อลืมรหัสผ่านของ root ได้ แต่ต้องมีการรีบู๊ตเครื่อง ซึ่งทำให้เวลาแก้ไขระบบไม่สามารถใช้งานได้ โดยตัวอย่างในบทความนี้จะทดสอบบน Fedora 9
เพื่อสะดวกในการอ้างอิง จะขอแยกบทความที่กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในการรัน VMware Server บน Fedora 9 โดยจะแยกเป็นหัวข้อต่างๆ ตามข้อความที่ขึ้น
วิธีการแก้ไข ก็เหมือนกับโปรแกรมอื่นๆ คือดูข้อความที่ขึ้นเตือนมา อีกส่วนหนึ่งที่ต้องดูเพิ่มเติมสำหรับการแก้ไขปัญหาของ VMware Server บนลินุกซ์ คือดูในไฟล์ /var/log/secure และไฟล์ /var/log/messages
ในบางครั้งที่เกิดปัญหากับลินุกซ์จนทำให้ไม่สามารถจะ login, telnet หรือ ssh เข้าไปที่ตัวเครื่องได้ ซึ่งอาจเนื่องมาจาก network ที่ต่ออยู่มีปัญหาหรืออาจจะเป็นปัญหาอื่นๆ
การที่จะแก้ปัญหาในเบื้องต้นจำเป็นต้องใช้หน้าจอ console ของเครื่องโดยตรงเพื่อ login เข้าไป ซึ่งการที่จะทำได้นั้น จำเป็นต้องมีคีย์บอร์ดและจอภาพต่ออยู่ ซึ่งถ้ามีอยู่แล้วหรือใช้เป็นแบบ KVM ก็สามารถทำได้ทันที แต่ในบางกรณีไม่ได้ต่ออุปกรณ์จำพวกนี้ไว้ ต้องไปหามาแล้วยกมาจากที่อื่น บางทีอาจต้องไปถอดจากเครื่องอื่นมาทำให้ไม่สะดวก
วิธีการหนึ่งที่ทำได้ แต่ต้องคอนฟิกไว้ตั้งแต่ตอนต้น ก่อนเกิดปัญหาคือ การใช้ console ผ่านทาง Serial Port หรือ COM Port ของเครื่อง โดยคอนฟิกพอร์ตนี้ให้ทำหน้าที่เป็น console ของเครื่อง แล้วใช้เครื่องอื่นๆ เช่น notebook ต่อสาย console เข้าไป ก็สามารถที่จะ login ผ่าน console ได้ ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนกับใช้ notebook ต่อสาย console เข้ากับอุปกรณ์ network ที่มีแต่ Serial Port เท่านั้น เช่น Cisco, 3Com, Alcatel,..
หลังจากที่เราคอนฟิก Software RAID จากบทความที่ผ่านมาแล้ว ในบทความนี้จะกล่าวถึงวิธีการทดสอบในกรณีที่ดิสก์มีปัญหา วิธีการแก้ไข การป้องกันโดยเพิ่มดิสก์เพื่อทำหน้าที่เป็น spare

