ก่อนที่จะติดตั้งไฟล์ rpm ที่ได้มา ไม่ว่าจากแผ่นดีวีดีติดตั้งของ distribution ต่างๆ หรือดาวน์โหลดมาจากอินเตอร์เน็ต แนะนำให้อิมพอร์ต Public Key ของไฟล์ rpm ลงในเครื่องที่จะติดตั้งก่อน เพื่อใช้ตรวจสอบความถูกต้องของไฟล์ rpm ว่าไฟล์ที่ใช้ในการติดตั้งเป็นไฟล์ที่มาจากผู้พัฒนาหรือสร้างไฟล์ rpm จริงๆ ไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงใดๆ
โดยดีฟอลต์คอนฟิกของ Apache เว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้งมากับลีนุกซ์เวอร์ชั่นต่างๆ จะเปิด (enable) การใช้งานโมดูลต่างๆ ทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อสะดวกและง่ายต่อการเริ่มต้นใช้งาน
แต่การใช้งานจริงๆ ในระบบ production แนะนำให้ปิด (disable) คอนฟิกของโมดูลที่ไม่ได้ใช้งาน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ทางด้านความปลอดภัย (security) และประหยัดหน่วยความจำ Memory ที่ต้องถูกใช้งานโดยเปล่าประโยชน์ด้วย (แนะนำให้ใช้คำสั่ง ps เปรียบเทียบขนาด memory ที่ใช้ก่อนและหลังการปิดโมดูล)
บทความนี้ได้รวบรวมจัดกลุ่มโมดูลตามลักษณะการใช้งาน ซึ่งถ้าคุณไม่ได้ใช้คุณสมบัติในโมดูลนั้นๆ สามารถที่จะปิดได้ ด้วยการใส่เครื่องหมาย # หน้าบรรทัดของ LoadModule โดยคอนฟิกทั้งหมดจะเป็นตัวอย่างที่ทำบน Fedora 9 และหลังจากการแก้ไขทั้งหมดเพื่อปิดโมดูลทั้งหมดนี้แล้ว เว็บยังสามารถรัน PHP ได้ตามปกติ
จากบทความ [ติดตั้ง Fedora 9 แบบประหยัดพื้นที่สุด] ถึงแม้ว่าตอนติดตั้ง Fedora 9 เราจะไม่เลือก Package Group ใดๆ ตอนติดตั้ง แต่ก็ยังมีโปรแกรม (หรือ service) รันขึ้นมาตั้งแต่แรกเลยอีกพอสมควร
ในบทความนี้จะแนะนำการปิด service ที่ไม่จำเป็น หรือยกเลิกการรันซะ เพื่อประหยัดทั้ง CPU และ Memory แล้วยังเพิ่มความปลอดภัยให้กับเครื่องเราอีกระดับหนึ่งด้วย
รายละเอียดของแต่ละ service ที่มาจากการติดตั้ง Fedora 9 แบบไม่เลือก Package Group ใดๆ เลย พร้อมคำแนะนำว่าจะปิดหรือเปิด service สำหรับการใช้งาน
ปัญหาอย่างหนึ่งที่เป็นกันทุกรายในเครือข่ายคือการใช้อินเทอร์เน็ต ไม่ว่าเราจะเพิ่มความเร็วเท่าไรดูเหมือนจะไม่เพียงพอ ใช้ไปสักพักก็เริ่มช้า
บทความนี้จอแนะนำการใช้ Proxy Server เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและจำกัดการใช้งานอินเทอร์เน็ต คือทุกเครื่องแทนที่จะออกอินเทอร์เน็ตกันได้อย่างอิสระ เราจะบังคับให้ต้องมาผ่าน proxy server ก่อนเสมอ ถ้าไม่ผ่านก็ใช้เน็ตไม่ได้
read more…

