WordPress โปรแกรมทำเว็บไซต์ blog ที่สามารถนำมาใช้งานได้ฟรี เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากข้อดีหลายอย่างเช่นการติดตั้งและคอนฟิกง่าย มีโปรแกรมเสริม (plugin) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์ และที่สำคัญหน้าเว็บที่แสดงบนเว็บไซต์จะถูกจัดเรียบเรียงเพื่อให้ search engine เช่น Google สามารถเข้ามาทำ index แล้วค้นหาเนื้อหา (keyword) ในเว็บเราได้สะดวก ซึ่งจะมีผลต่อลำดับในผลลัพธ์การค้นหา
WordPress พัฒนาด้วยภาษา PHP และใช้ MySQL เป็นฐานข้อมูล ติดตั้งได้ทั้งบน Linux, Unix, MAC OS และ Windows
ในที่นี้จะแสดงวิธีการติดตั้ง WordPress บน CentOS 6 ตั้งแต่การดาวน์โหลดไฟล์ การสร้างฐานข้อมูล คอนฟิกผ่านหน้าเว็บ จนสามารถล็อกอินเข้าสู่หน้า admin ของ WordPress ได้
ทางทีมดูแลพัฒนา CentOS จะคอยดูแลปรับปรุงโปรแกรมและออกเวอร์ชั่นใหม่ตาม RedHat อยู่เสมอ ไฟล์แพ็คเกจเวอร์ชั่นใหม่นี้ จะถูกเก็บไว้ใน repos ชื่อ updates เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ yum เข้ามาตรวจสอบและปรับปรุงโปรแกรมได้
ในที่นี้จะแนะนำวิธีการปรับปรุงโปรแกรมโดยใช้คำสั่ง yum ทั้งปรับปรุงเฉพาะโปรแกรม หรือปรับปรุงทุกโปรแกรมที่ติดตั้งบนเครื่องลีนุกซ์แล้ว
คำเตือน แนะนำให้ทดสอบในเครื่องลีนุกซ์ทดลองดูก่อน เพื่อดูผลกระทบการปรับปรุงเวอร์ชั่นของโปรแกรม
ในหลายๆ ครั้ง เรามีไฟล์อยู่บน Windows ต้องการถ่ายโอนไปยังลีนุกซ์ หรือในทำนองกลับกัน ต้องการดาวน์โหลดไฟล์จากลีนุกซ์กลับมาไว้บน Windows
บทนี้จะแนะนำการใช้โปรแกรม pscp รันบน Windows เพื่อใช้ถ่ายโอนไฟล์ (transfer) กับเครื่องที่รันลีนุกซ์ ผ่านทาง Secure Shell ได้
หลังจากติดตั้ง คอนฟิกเน็ตเวิร์ค เช่น ตั้งค่า IP Address, Netmask, Gateway บนลีนุกซ์เสร็จเรียบร้อย
การคอนฟิกที่เหลือ สามารถล็อกอินจากเครื่องอื่นมาทำงานได้โดยผ่านทาง SSH (Secure shell)
ในบทนี้จะแนะนำโปรแกรม PuTTY ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สามารถใช้งานได้ฟรี รันบน Windows ให้สามารถล็อกอินเข้าลีนุกซ์เครื่องที่เราติดตั้งได้
เนื่องจาก root สามารถทำได้ทุกอย่างบนลีนุกซ์ ไม่ว่าจะติดตั้งโปรแกรม แก้ไขคอนฟิก หรือกระทั่งสั่งปิดเครื่อง (shutdown)
คำแนะนำอย่างหนึ่งสำหรับผู้ใช้ลีนุกซ์ ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มต้นหัดใช้งาน หรือใช้งานมานานแล้ว คือล็อกอินเป็นผู้ใช้ธรรมดาที่ไม่ใช่ root ให้เป็นนิสัย เพราะผู้ใช้งานธรรมดา ก็สามารถทำอะไรได้หลายอย่างแล้ว เช่นดูคอนฟิกของเครื่อง แก้ไขไฟล์เท่าที่มีสิทธิ์ และหากทำอะไรผิดพลาดไป ความเสียหายที่เกิดขึ้น ก็จะกระทบในระดับหนึ่ง เท่าที่ผู้ใช้คนนั้นจะทำได้ ไม่กระทบทั้งเครื่อง
จนกว่าจำเป็นต้องมีการแก้ไขคอนฟิกหรือทำอะไรบางอย่างกับลีนุกซ์ที่จำเป็นต้องทำด้วย root ค่อยใช้คำสั่ง su เปลี่ยนผู้ใช้ root (หรือใช้ sudo) และเมื่อหลังจากแก้ไขเสร็จสิ้นแล้ว ก็เปลี่ยนกลับมาเป็น user ธรรมดาอีกครั้ง
ในบทนี้จะอธิบายคำสั่งที่ใช้ในการ เพิ่ม แก้ไข ลบ ผู้ใช้งาน โดยต้องใช้ root เป็นคนรันคำสั่ง
read more…
จากบทความ แก้ไขคอนฟิก firewall บนลีนุกซ์ด้วย iptables ผู้ที่จะแก้ไขคอนฟิกแบบนี้ได้ ต้องมีความรู้ทางด้านเน็ตเวิร์ก มีความเข้าใจเรื่อง firewall รวมทั้งต้องทราบว่าเซอร์วิสที่รันใช้พอร์ตอะไร
ซึ่งอาจทำให้เกิดความยากสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะไม่รู้ว่าจะเพิ่ม หรือลบ rule อย่างไร ใส่ออปชั่นอะไรบ้าง
สำหรับผู้เริ่มต้นหัดใช้ แนะนำให้ใช้โปรแกรม system-config-firewall เพื่อช่วยแก้ไข rule ของ firewall บนลีนุกซ์
บนลีนุกซ์มีคุณสมบัติ firewall ติดตั้งมาให้สามารถเลือกอนุญาต หรือปฏิเสธการ รับ/ส่ง packet เข้า/ออกเครื่องได้
จุดมุ่งหมายหลักๆ ของ firewall ก็เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับเครื่องเซิร์ฟเวอร์
หลายคนมักจะปิดคุณสมบัตินี้ไป ด้วยเหตุผลบอกว่ายากต่อการทำความเข้าใจ และแก้ไข
ในบทความนี้จะอธิบายการใช้คำสั่ง iptables เพื่อแสดงสถานะ firewall ที่เปิดใช้งาน การเพิ่ม rule เพื่ออนุญาตการเชื่อมต่อ การลบ rule ที่ไม่ได้ใช้แล้ว
ลองทำตามดู ในหลายเซอร์วิส เพียงแค่แก้ไข rule นิดเดียวเท่านั้น ก็จะใช้งานได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องปิดคุณสมบัติ firewall แต่อย่างได้
ไฟล์โปรแกรมของลีนุกซ์ส่วนใหญ่ จะมีการตรวจสอบ checksum ควบคู่ไปด้วย โดยอาจเป็นไฟล์ให้ดาวน์โหลดแยกต่างหาก หรือใส่ไว้ใน Release Notes, Readme
ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ใช้งาน สามารถตรวจสอบความถูกต้องของไฟล์ที่โหลดมาได้ เพราะบางไฟล์อาจมีขนาดใหญ่มาก เช่นไฟล์ ISO สำหรับติดตั้งลีนุกซ์ เราอาจดาวน์โหลดมาไม่ครบ หรือถ้าไปโหลดจาก mirror site ที่ไม่น่าไว้ว่างใจ อาจมีการแก้ไขไฟล์ระหว่างทางได้
ที่เคยใช้ส่วนใหญ่ก็เป็นคำสั่งบนลีนุกซ์ ไม่ว่าจะเป็น md5sum หรือ sha1sum
แต่วันนี้ได้เจอคำสั่ง fciv เพื่อใช้ตรวจสอบ checksum ของไฟล์ บน Windows
ตั้งใจไว้ว่าต่อไปนี้จะพยายามใช้ SELinux เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ลีนุกซ์
แต่ในบางครั้งจำเป็นต้องแก้ไข policy ของ SELinux เพื่อเหตุผลบางประการ เช่นที่เคยเขียนถึงไปแล้ว แก้ไข Joomla Directory Permissions Unwritable บนลีนุกซ์ที่เปิด SELinux
โปรแกรมที่ใช้แก้ไข policy นอกจาก chcon แล้ว ยังมีอีกหลายโปรแกรม เช่น audit2allow และ semanage ที่ใช้กัน
สำหรับ Fedora 16 ต้องติดตั้งไฟล์ rpm เพิ่มเติม คือ policycoreutils-python ซึ่งจะมีโปรแกรม (เขียนด้วย python) เพื่อใช้จัดการ SELinux ได้
จากบทความ คอนฟิก Squid Proxy Server ให้ผู้ใช้ใส่ user, password ก่อนเข้าเว็บ
เป็นการตรวจสอบ user จาก Local Password หรือไฟล์ /etc/passwd, /etc/shadow ผ่าน Linux PAM ที่อยู่บนเครื่อง proxy server เอง
แต่ถ้าบริษัทหรือองค์กรของเรามีการเก็บ user, password อยู่บนเซิร์ฟเวอร์เครื่องอื่น เช่นเก็บรวมเป็นศูนย์กลางบน LDAP Server เราก็สามารถคอนฟิก Squid Proxy Server ให้ตรวจสอบ user, password จาก LDAP Server ได้


