WordPress โปรแกรมทำเว็บไซต์ blog ที่สามารถนำมาใช้งานได้ฟรี เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากข้อดีหลายอย่างเช่นการติดตั้งและคอนฟิกง่าย มีโปรแกรมเสริม (plugin) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์ และที่สำคัญหน้าเว็บที่แสดงบนเว็บไซต์จะถูกจัดเรียบเรียงเพื่อให้ search engine เช่น Google สามารถเข้ามาทำ index แล้วค้นหาเนื้อหา (keyword) ในเว็บเราได้สะดวก ซึ่งจะมีผลต่อลำดับในผลลัพธ์การค้นหา
WordPress พัฒนาด้วยภาษา PHP และใช้ MySQL เป็นฐานข้อมูล ติดตั้งได้ทั้งบน Linux, Unix, MAC OS และ Windows
ในที่นี้จะแสดงวิธีการติดตั้ง WordPress บน CentOS 6 ตั้งแต่การดาวน์โหลดไฟล์ การสร้างฐานข้อมูล คอนฟิกผ่านหน้าเว็บ จนสามารถล็อกอินเข้าสู่หน้า admin ของ WordPress ได้
จากการ ติดตั้งโปรแกรมภาษาเว็บ PHP บน Apache
เว็บเซิร์ฟเวอร์ Apache และ PHP เครื่องนี้ สามารถเขียนเว็บเพจโดยใช้ภาษา PHP ได้แล้ว แต่สามารถเรียกใช้ฟังก์ชั่นแค่พื้นฐานเท่านั้น ถ้าต้องการใช้ฟังก์ชั่นอื่นๆ ด้วย เช่นเชื่อมต่อเข้ากับ MySQL เราจำเป็นต้องติดตั้งโมดูล PHP เพิ่มเติม
ในบทความนี้จะอธิบายวิธีการตรวจสอบและติดตั้งโมดูลเพิ่มเติมจากไฟล์ rpm ที่อยู่ในแผ่นดีวีดี CentOS 6.2 โดยจะเป็นการติดตั้งโมดูล MySQL เพื่อให้สามารถเขียน PHP เชื่อมเข้ากับฐานข้อมูล MySQL ได้
จากที่ได้ ติดตั้งเว็บเซิร์ฟเวอร์ Apache และ ติดตั้งโปรแกรมภาษาเว็บ PHP บน Apache เรียบร้อยแล้ว
ขั้นตอนต่อไปก็เป็นรัน Apache Web Server ขึ้นมาเพื่อให้ใช้งานได้
ในบทความนี้จะอธิบายการรันหรือสตาร์ต Apache Web Server บน CentOS 6.2 โดยจะใช้คำสั่ง service เพื่อสะดวกในการจัดการ กล่าวถึงวิธีการแก้ไขคอนฟิกเบื้องต้น และเมื่อทดสอบเรียบร้อยแล้ว ก็จะใช้คำสั่ง chkconfig เพื่อเวลาตอนบู๊ตเครื่องจะได้รันเซอร์วิสเว็บเซิร์ฟเวอร์ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
หลังจาก ติดตั้งเว็บเซิร์ฟเวอร์ Apache
ในบทนี้จะสอนวิธีการติดตั้งไฟล์ rpm เพื่อจะติดตั้ง php เป็นโมดูลใน Apache เพื่อให้สามารถเขียนเว็บโปรแกรมภาษา PHP ได้
โดยจะอธิบายทีละขั้นตอน ถึงวิธีการติดตั้งไฟล์ rpm และการแก้ไขปัญหา
วิธีการหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการมีเว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ตเป็นของตัวเอง คือใช้บริการ Web Hosting
เคยสงสัยไหมว่า ผู้ให้บริการต้องมีเซิร์ฟเวอร์กี่เครื่อง เพื่อจะรองรับเว็บไซต์หรือโดเมนเนมของลูกค้าจำนวนมากได้
โดยทั่วไป ผู้ให้บริการ Web Hosting อาจมีเซิร์ฟเวอร์เพียงไม่กี่เครื่องเท่านั้น โดยแต่ละเครื่องสามารถคอนฟิกเพื่อให้รองรับจำนวนเว็บไซต์ได้เป็นหลักร้อย หลักพัน หรือเคยได้ยินมาว่าบางที่ ที่ค่าบริการถูกมากๆ มีจำนวนเว็บไซต์ต่อเครื่องถึงหลักหมื่นเลยทีเดียว
วิธีการที่คอนฟิกเว็บเซิร์ฟเวอร์เพื่อให้สามารถรองรับได้หลายเว็บไซต์หรือโดเมน โดยพื้นฐานแล้วก็คือการใช้ VirtualHost นั่นเอง
บทความนี้จะอธิบายวิธีการคอนฟิก Apache VirtualHost บน Fedora 16
เมื่อลูกค้าขอให้ดูเรื่องความปลอดภัยของเว็บไซต์เป็นพิเศษ เลยต้องจัดเต็มซะหน่อย
จากที่เคยปิดคุณสมบัติ SELinux เพื่อแก้ปัญหา Directory Permissions Unwritable มาแล้วในบทความ แก้ไข permission ไฟล์หลังการติดตั้ง Joomla 2.5
ครั้งนี้ขอปรับปรุงใหม่ ด้วยการเปิดคุณสมบัติ SELinux ไว้ แล้วแก้ไข security context ของไดเร็คทอรีที่มีปัญหา เพื่อให้สามารถเขียนไฟล์ได้
หลัง ติดตั้ง Joomla 2.5 บนลีนุกซ์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องมีการแก้ไข permission ของไฟล์และไดเร็คทอรีที่ติดตั้งให้ถูกต้อง เพื่อให้สามารถใช้งานผ่านเว็บ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งโมดูลใหม่ plugin template การเพิ่มรูป การแก้ไขข้อมูล
คิดจะตั้งเว็บไซต์ คิดถึง Joomla
ติดตั้งง่าย ใช้งานง่าย สามารถจัดการ แก้ไขข้อมูลไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา รูปภาพ สามารถทำผ่านหน้าเว็บได้ทั้งหมด
ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลาย และที่สำคัญเป็นมิตรต่อ Search Engine (SEO Friendly) เพิ่มโอกาสที่ผู้สนใจหรือลูกค้า สามารถค้นหาข้อมูลแล้วเจอเว็บของเราได้มากขึ้น
มาลองดูวิธีการติดตั้งง่ายๆ กันบนลีนุกซ์
จากที่ได้นำเสนอ วิธีการใช้ cURL เพื่อโหลดเว็บเพจ ซึ่งเป็นการรันคำสั่งแบบ command line มาแล้ว
คราวนี้จะเป็นการเขียนโปรแกรม PHP โดยเรียกใช้ฟังก์ชั่นในโมดูล curl เพื่อโหลดเว็บเพจ
จากที่เคยแนะนำ วิธีการใช้คำสั่ง wget รันเป็นคำสั่งบน comand line เพื่อโหลดเว็บเพจได้ มาครั้งนี้ ขอแนะนำอีกคำสั่งคือ cURL โปรแกรมทำหน้าที่คล้ายกันแต่มีคุณสมบัติมากกว่า แถม curl ยังมี library (libcurl) ที่ภาษาต่างๆ เช่น PHP นำไปพัฒนาสร้างเป็นฟังก์ชั่นให้เรียกใช้ในการเขียนโปรแกรมได้
read more…

