CentOS (Community ENTerprise Operating System) เป็น Linux Distribution หนึ่งที่มีคนนิยมใช้พอสมควร ด้วยเหตุผลหลักๆ สองประการคือ หนึ่ง โปรแกรมที่ได้จากติดตั้งเหมือนหรือใกล้เคียงกับการใช้แบบ Commercial Distribution เวอร์ชั่นของ kernel เหมือนกัน แม้กระทั่งเวอร์ชั่นของ distribution ก็ใช้ตัวเลขเดียวกัน ทำให้เวลาติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมประเภท third party หรือ commercial สามารถทำได้อย่างง่าย เช่นสามารถใช้ไฟล์ RPM เดียวกันได้เลย
อีกประการหนึ่งคือสามารถใช้ได้ฟรีอย่างถูกต้องโดยไม่ต้องจ่ายค่า license แต่ข้อเสียคือจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทที่เป็นเจ้าของ Commercial Distribution
เหตุที่โปรแกรมเหมือนกัน เพราะผู้พัฒนา CentOS ใช้ source ของโปรแกรมเหมือนกัน แต่ทำการ compile หรือ rebuild โปรแกรมขึ้นมาใหม่ โดยเอาโลโก้หรือบางส่วนที่มีลิขสิทธิ์ออกไป
บทความนี้ขอแสดงตัวอย่างการติดตั้ง CentOS 5.3 เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้สนใจทั่วไปสามารถนำไปเปรียบเทียบกับการใช้ Commercial Distribution
บทความนี้ขอนำเสนอตัวอย่างคอนฟิกพื้นฐานของ Linksys WRT54GL หลังจากที่ติดตั้ง DD-WRT firmware ลงไปแล้ว โดยคอนฟิกให้สามารถใช้งาน Wireless มี encryption แบบ WPA และคอนฟิกให้พอร์ตแลนทั้ง 5 ซึ่งประกอบด้วย LAN 1-4 และ Internet อีกพอร์ตอยู่ในเน็ตเวิร์ก (VLAN) เดียวกันกับ Wireless ซึ่งเป็นรูปแบบคอนฟิกที่นิยมใช้กันโดยทั่วไป
ในบทความนี้จะทดสอบการติดตั้ง DD-WRT บนอุปกรณ์ Linksys Wireless-G Broadband Router รุ่น WRT54GL v1.1 ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นยอดนิยมและราคาไม่แพง และมีขั้นตอนการติดตั้งง่าย
ก่อนที่จะติดตั้งไฟล์ rpm ที่ได้มา ไม่ว่าจากแผ่นดีวีดีติดตั้งของ distribution ต่างๆ หรือดาวน์โหลดมาจากอินเตอร์เน็ต แนะนำให้อิมพอร์ต Public Key ของไฟล์ rpm ลงในเครื่องที่จะติดตั้งก่อน เพื่อใช้ตรวจสอบความถูกต้องของไฟล์ rpm ว่าไฟล์ที่ใช้ในการติดตั้งเป็นไฟล์ที่มาจากผู้พัฒนาหรือสร้างไฟล์ rpm จริงๆ ไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงใดๆ
หลังจากติดตั้ง Fedora 10 เมื่อบู๊ตเครื่องขึ้นมา จะมีแถบสี วิ่งจากซ้ายไปขวา ไปชนคำว่า Fedora 10 โดยไม่มีข้อความเกี่ยวกับการบู๊ตขึ้นมาเลย จะมีอีกทีก็หลังจากบู๊ตเสร็จ ขึ้นหน้า login
ส่วนตัวผู้เขียนแล้ว ไม่ชอบหน้าจอการบู๊ตแบบนี้ คือบางครั้งหน้าจอค้างไปนาน เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าไปติดปัญหาที่ตรงไหน ไม่เหมือนกับการขึ้นข้อความแสดงการโหลดส่วนต่างๆ ดังนั้นเลยหาวิธีแก้ไข ให้กลับมาเหมือนเดิม
คุณสมบัติใหม่อย่างหนึ่งของ Fedora 10 ที่เพิ่มจากเวอร์ชั่นก่อน คือการสนับสนุน filesystem เพิ่มเติม ประกอบด้วย ext4 และ xfs
หลังจากที่ได้ทดลองติดตั้ง Fedora 10 เลยเกิดความลังเลว่าจะเปลี่ยน filesystem เป็นแบบใหม่หรือไม่ เลยลองรันคำสั่งง่ายๆ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการสร้าง การลบไฟล์ เป็นต้น
บทความนี้ไม่มีไรมาก แค่ทดลองสร้างดิสก์ใน VMware Server ด้วยขนาดต่างๆ ที่ใกล้เคียงกับขนาดฮาร์ดดิสก์จริงๆ (physical disk) ที่มีขายทั่วไป ทั้งนี้เพื่อเปรียบเทียบค่าต่างๆ เช่น จำนวน cylinder, block, หรือ disk size ที่ใช้ได้จริงหลังการสร้าง filesystem แบบ ext3 บนลินุกซ์
บทความนี้จะแนะนำวิธีการติดตั้ง Fedora 10 โดยจะเลือกลงโปรแกรม (Package) ให้น้อยที่สุด ด้วยวิธีที่ไม่ยุ่งยากมากนัก แล้วยังสามารถนำเครื่องที่ลงนี้ไปใช้งานทำเป็น server อื่นๆ ต่อไปได้
ตอนติดตั้ง Fedora 10 จะไม่มีการให้เลือกคอนฟิก network เลย (ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน) เราต้องมาคอนฟิกเองหลังจากติดตั้งเสร็จแล้วบู๊ตเครื่อง โดยสามารถใช้คำสั่ง system-config-network เพื่อช่วยคอนฟิกได้
โดยทั่วไปการติดตั้งลีนุกซ์จะทำผ่านแผ่นซีดีหรือดีวีดี แต่ถ้าเป็นการติดตั้งหลายๆ เครื่อง ปริมาณมากๆ เราสามารถทำได้โดยติดตั้งผ่านเน็ตเวิร์กได้ โดยคอนฟิกเครื่องหนึ่งทำหน้าที่เป็น server แล้วให้เครื่องอื่นๆ บู๊ตผ่านเน็ตเวิร์ก (PXE Boot) มาอ่านไฟล์จากเครื่องนี้ได้ โดยไม่จำเป็นใส่แผ่นซีดีแต่ละเครื่อง
และถ้าต้องการให้คอนฟิกแต่ละเครื่องเหมือนกัน เช่นการเลือกโปรแกรมที่จะติดตั้ง การคอนฟิก timezone, keyboard สามารถใช้ kickstart เข้าช่วยได้
ในบทความนี้จะแนะนำโปรแกรม cobbler ซึ่งเป็นโปรแกรมช่วยในการคอนฟิกและสร้าง network boot server โดยจะช่วยสร้างคอนฟิกที่จำเป็นเช่น dhcp server พร้อมทั้ง image เพื่อให้เครื่องอื่นๆ มาเรียกใช้ได้
read more…

