ถือว่าสนุกๆ ครับ บทความนี้จะแสดงการใช้คำสั่งเปิด/ปิด ไฟ LED ที่มีอยู่บนเครื่อง notebook รุ่น Thinkpad
ลองเล่นกันดูครับ บางคนอาจนำไปประยุกต์ใช้ในการแจ้งเตือนต่างๆ เข่นมีอีเมล์ใหม่เข้ามาได้
จากที่เคยเขียนเรื่อง คำสั่งตรวจสอบฮาร์ดแวร์ของเครื่อง
วันนี้ขอเพิ่มเติมการใช้คำสั่ง dmidecode เพื่อดูข้อมูล BIOS บนลีนุกซ์ โดยไม่จำเป็นต้องรีบู๊ตเครื่องแล้วกดปุ่มเพื่อเข้าเมนู BIOS
ซึ่งถึงแม้จะดูค่อนข้างยาก แต่ข้อมูลที่แสดงจากคำสั่งนี้จะค่อนข้างละเอียด มีทั้งข้อมูล BIOS, CPU, Memory, PCI Slot ทั้งชื่อรุ่น เวอร์ชั่นที่ติดตั้งอยู่
หลังการติดตั้งลีนุกซ์เสร็จทุกครั้่ง ก่อนจะคอนฟิกแล้วนำไปใช้งาน แนะนำให้ใช้คำสั่งลีนุกซ์ ดูฮาร์ดแวร์ของเครื่อง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเราลงถูกต้อง ครบถ้วนไหม
ในที่นี้จะแนะนำคำสั่งเพื่อตรวจสอบฮาร์ดแวร์หลัก 3 ส่วนคือ CPU, Memory และ Disk
ตอนติดตั้ง CentOS 6 จะมีหน้าจอให้ เลือก time zone เพื่อเลือกโซนเวลาที่เครื่องลีนุกซ์ตั้งอยู่ ในประเทศไทย ก็เลือกเป็น Asia/Bangkok
ในหน้าจอเดียวกันนี้ ด้านล่างซ้ายจะมีให้ออปชั่น “System clock uses UTC” ให้เลือก โดยดีฟอลต์จะคลิ้กเลือกไว้
หลายท่านรวมทั้งผู้เขียนเอง ก็ยังสับสนว่าจะเลือกหรือไม่เลือกออปชั่นนี้ดี
เลยทดสอบการติดตั้งสองครั้ง โดยครั้งแรกจะคลิ้กเลือก และครั้งที่สองจะไม่เลือก เพื่อดูผลกระทบกับเวลาของเครื่องเมื่อบู๊ตเครื่องหลังจากติดตั้งเสร็จ
วันเวลาบนลีนุกซ์ถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่สมควรจะตั้งให้ตรงกับเวลามาตรฐาน ไม่เช่นนั้น โปรแกรมต่างๆ จะเก็บเวลาไม่ถูกต้อง ทำให้การตรวจสอบการทำงานย้อนหลังมีปัญหา
วิธีที่ดีที่สุดเพื่อให้เวลาของเครื่องลีนุกซ์ตรงกับเวลามาตรฐานคือติดตั้งและคอนฟิก NTP
แต่ถ้าไม่สามารถคอนฟิกเช่น ไม่สามารถต่อเชื่อมอินเตอร์เน็ต เพื่อ sync กับ NTP Server มาตรฐาน
สามารใช้คำสั่ง date เพื่อเปลี่ยนเวลาของเครื่องลีนุกซ์ให้เป็นเวลาที่ต้องการ ใกล้เคียงกับเวลามาตรฐานได้
ด้วยเหตุผลทางด้านประสิทธิภาพ ต้องการลงโปรแกรม library หรือ driver ของอุปกรณ์บางตัว ที่ต้องใช้ kernel เวอร์ชั่นใหม่
ในบทความนี้ ขอแนะนำวิธีการ upgrade kernel บน CentOS 5.6 โดยการดาวน์โหลดไฟล์ rpm แล้วนำมาติดตั้งเองด้วยคำสั่ง rpm
หากคุณประสบปัญหา ssh login เข้าเครื่อง Linux Server แล้วต้องรอหลายวินาที กว่า prompt login จะขึ้น
แต่หลังจาก login เข้าไปในระบบได้ ก็สามารถรันคำสั่งต่างๆ ทำงานได้ ไม่ได้ช้ามากแต่ประการใด
บทความนี้อาจช่วยคุณแก้ไขปัญหาได้
จากบทความ ติดตั้งและคอนฟิก DRBD เราได้คอนฟิกเป็นแบบ Single-primary mode คือ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง มีเครื่องเดียวเท่านั้นที่สามารถ อ่าน เขียน ข้อมูลได้
ดังนั้นขณะที่เครื่องที่ 1 (centos54-a) ทำหน้าที่เป็น primary ของดิสก์ drbd0 อยู่ เครื่องที่ 2 (centos54-b) จะไม่สามารถ mount ดิสก์ drbd0 นี้ขึ้นมาใช้งานได้
ในบทความนี้จะแสดงการทดสอบใช้คำสั่งเพื่อเปลี่ยนโหมด Primary, Secondary ระหว่างเครื่องทั้งสอง
ตรวจสอบสถานะบนเครื่อง centos54-a
[root@centos54-a ~]# service drbd status drbd driver loaded OK; device status: version: 8.3.2 (api:88/proto:86-90) GIT-hash: dd7985327f146f33b86d4bff5ca8c94234ce840e build by mockbuild@v20z-x86-64.home.local, 2009-08-29 14:07:55 m:res cs ro ds p mounted fstype 0:r0 Connected Primary/Secondary UpToDate/UpToDate C /export ext3
[root@centos54-a ~]# df -h /export Filesystem Size Used Avail Use% Mounted on /dev/drbd0 950M 18M 885M 2% /export
ทดสอบ mount ดิสก์บนเครื่อง centos54-b
[root@centos54-b ~]# service drbd status drbd driver loaded OK; device status: version: 8.3.2 (api:88/proto:86-90) GIT-hash: dd7985327f146f33b86d4bff5ca8c94234ce840e build by mockbuild@v20z-x86-64.home.local, 2009-08-29 14:07:55 m:res cs ro ds p mounted fstype 0:r0 Connected Secondary/Primary UpToDate/UpToDate C
[root@centos54-b ~]# mount /dev/drbd0 /export mount: block device /dev/drbd0 is write-protected, mounting read-only mount: Wrong medium type
ในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนให้เครื่องที่ 2 (centos54-b) ทำหน้าที่เป็น primary เช่นในกรณีที่ต้องการซ่อมบำรุงเครื่องที่ 1 สามารถทำได้ดังนี้
บนเครื่องที่ 1 ปิดเซอร์วิส DRBD
[root@centos54-a ~]# service drbd stop Stopping all DRBD resources: . [root@centos54-a ~]# service drbd status drbd not loaded
ตรวจสอบสถานะบนเครื่องที่ 2 หลังจากปิดเซอร์วิสบนเครื่องที่ 1
[root@centos54-b ~]# service drbd status
drbd driver loaded OK; device status:
version: 8.3.2 (api:88/proto:86-90)
GIT-hash: dd7985327f146f33b86d4bff5ca8c94234ce840e build by mockbuild@v20z-x86-64.home.local, 2009-08-29 14:07:55
m:res cs ro ds p mounted fstype
0:r0 WFConnection Secondary/Unknown UpToDate/DUnknown C
แม้เครื่อง Primary ปิดไปแล้ว บนเครื่องที่ 2 ที่ยังอยู่ในโหมด Secondary ก็ยัง mount ดิสก์ ไม่ได้
[root@centos54-b ~]# mount /dev/drbd0 /export mount: block device /dev/drbd0 is write-protected, mounting read-only mount: Wrong medium type
ต้องเปลี่ยนสถานะบนเครื่องที่ 2 ให้เป็น primary ด้วยคำสั่ง drbdadm primary
[root@centos54-b ~]# drbdadm primary all
ตรวจสอบสถานะบนเครื่องที่ 2
[root@centos54-b ~]# service drbd status
drbd driver loaded OK; device status:
version: 8.3.2 (api:88/proto:86-90)
GIT-hash: dd7985327f146f33b86d4bff5ca8c94234ce840e build by mockbuild@v20z-x86-64.home.local, 2009-08-29 14:07:55
m:res cs ro ds p mounted fstype
0:r0 WFConnection Primary/Unknown UpToDate/DUnknown C
เมื่ออยู่ในโหมด primary แล้ว ก็สามารถ mount ดิสก์ขึ้นมาใช้งานได้
[root@centos54-b ~]# mount /dev/drbd0 /export [root@centos54-b ~]# df -h /export Filesystem Size Used Avail Use% Mounted on /dev/drbd0 950M 18M 885M 2% /export
ทดลองสร้างไฟล์ในดิสก์ drbd0
[root@centos54-b ~]# cd /export/
[root@centos54-b export]# ls
lost+found
[root@centos54-b export]# echo "hello world from node 2" > test-file-on-node-2.txt
[root@centos54-b export]# ls -l
total 20
drwx------ 2 root root 16384 Feb 6 15:46 lost+found
-rw-r--r-- 1 root root 24 Feb 6 17:17 test-file-on-node-2.txt
รันเซอร์วิส DRBD บนเครื่องที่ 1 ขึ้นมาอีกครั้ง ตอนนี้เครื่องที่ 1 จะทำหน้าที่เป็น Secondary และจะทำการ replicate ข้อมูลมาจากเครื่องที่ 2 (Primary) โดยอัตโนมัติ
[root@centos54-a ~]# service drbd start Starting DRBD resources: [ d(r0) s(r0) n(r0) ].
[root@centos54-a ~]# service drbd status
drbd driver loaded OK; device status:
version: 8.3.2 (api:88/proto:86-90)
GIT-hash: dd7985327f146f33b86d4bff5ca8c94234ce840e build by mockbuild@v20z-x86-64.home.local, 2009-08-29 14:07:55
m:res cs ro ds p mounted fstype
0:r0 Connected Secondary/Primary UpToDate/UpToDate C
บนเครื่องที่ 2 เปลี่ยนให้เป็นโหมด Secondary
[root@centos54-b ~]# drbdadm secondary all
0: State change failed: (-12) Device is held open by someone
Command 'drbdsetup 0 secondary' terminated with exit code 11
หากมีการเรียกใช้ดิสก์ drbd อยู่ จะไม่สามารถเปลี่ยนโหมดจาก Primary ไปเป็น Secondary ได้ ต้อง umount ดิสก์ออกไปก่อนถึงจะเปลี่ยนโหมดได้
[root@centos54-b ~]# umount /export [root@centos54-b ~]# drbdadm secondary all
ตรวจสอบสถานะบนเครื่องที่ 2
[root@centos54-b ~]# service drbd status
drbd driver loaded OK; device status:
version: 8.3.2 (api:88/proto:86-90)
GIT-hash: dd7985327f146f33b86d4bff5ca8c94234ce840e build by mockbuild@v20z-x86-64.home.local, 2009-08-29 14:07:55
m:res cs ro ds p mounted fstype
0:r0 Connected Secondary/Secondary UpToDate/UpToDate C
เปลี่ยนโหมดบนเครื่องที่ 1 ให้เป็น Primary เพื่อเรียกใช้ดิสก์ได้
[root@centos54-a ~]# drbdadm primary all
[root@centos54-a ~]# service drbd status
drbd driver loaded OK; device status:
version: 8.3.2 (api:88/proto:86-90)
GIT-hash: dd7985327f146f33b86d4bff5ca8c94234ce840e build by mockbuild@v20z-x86-64.home.local, 2009-08-29 14:07:55
m:res cs ro ds p mounted fstype
0:r0 Connected Primary/Secondary UpToDate/UpToDate C
mount ดิสก์ และตรวจสอบไฟล์ที่อยู่ใน drbd0 จะเห็นไฟล์ที่สร้างจากเครื่องที่ 2
[root@centos54-a ~]# mount /dev/drbd0 /export
[root@centos54-a ~]# cd /export/
[root@centos54-a export]# ls -l
total 20
drwx------ 2 root root 16384 Feb 6 15:46 lost+found
-rw-r--r-- 1 root root 24 Feb 6 17:17 test-file-on-node-2.txt
[root@centos54-a export]# cat test-file-on-node-2.txt
hello world from node 2
ตรวจสอบไฟล์ /var/log/messages
เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ DBRD นอกจากการใช้คำสั่ง service เพื่อตรวจสอบสถานะแล้ว ไฟล์ /var/log/messages จะแสดงการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของ DRBD ที่เกิดขึ้น ซึ่งสามารถนำมาใช้ช่วยในการแก้ปัญหาได้
ตัวอย่างข้อความในไฟล์ /var/log/messages ที่เกิดขึ้น เมื่อมีการเปลี่ยนโหมด
[root@centos54-a ~]# tail /var/log/messages ... Feb 6 17:19:38 centos54-a kernel: block drbd0: peer( Primary -> Secondary ) Feb 6 17:21:04 centos54-a kernel: block drbd0: role( Secondary -> Primary ) ...
ข้อมูลอ้างอิง
DRBD (Distributed Replicated Block Device) เป็นโปรแกรมเพื่อใช้ในการ replicate ข้อมูลดิสก์ที่อยู่คนละเครื่องกัน ผ่านทางเน็ตเวิร์ก โดยจะทำในระดับ block ของดิสก์
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่อยูในดิสก์เครื่องหนึ่ง (primary) การเปลี่ยนแปลงนั้นจะถูก replicate ไปยังอีกเครื่อง (secondary) โดยอัตโนมัติ
DRBD ประกอบด้วยสองส่วนคือ
1. Kernel module – DRBD ทำหน้าที่ใน kernel โดยจะสร้าง virtual block device คั่นกลางระหว่าง physical disk กับ filesystem ที่สร้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ext3, ext4, xfs
2. User space administration tools – เป็นโปรแกรมที่ช่วยในการจัดการ DRBD ได้ง่ายขึ้น หลักๆ จะเป็น drbdadm
ในบทความนี้จะแสดงการติดตั้งโปรแกรม DRBD และคอนฟิกเป็นแบบ Single-primary mode คือ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง มีเครื่องเดียวเท่านั้นที่สามารถ อ่าน เขียน ข้อมูลได้
คำเตือน ติดตั้งและคอนฟิก DRBD บนเครื่องทดสอบให้เข้าใจก่อน เพราะบางคำสั่งอาจกระทบข้อมูลดิสก์หรือ partition ที่มีอยู่ในเครื่องได้ ทำให้ข้อมูลเสียหายได้
หลังจากติดตั้ง Fedora 10 เมื่อบู๊ตเครื่องขึ้นมา จะมีแถบสี วิ่งจากซ้ายไปขวา ไปชนคำว่า Fedora 10 โดยไม่มีข้อความเกี่ยวกับการบู๊ตขึ้นมาเลย จะมีอีกทีก็หลังจากบู๊ตเสร็จ ขึ้นหน้า login
ส่วนตัวผู้เขียนแล้ว ไม่ชอบหน้าจอการบู๊ตแบบนี้ คือบางครั้งหน้าจอค้างไปนาน เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าไปติดปัญหาที่ตรงไหน ไม่เหมือนกับการขึ้นข้อความแสดงการโหลดส่วนต่างๆ ดังนั้นเลยหาวิธีแก้ไข ให้กลับมาเหมือนเดิม
read more…
