หลังจากที่เราคอนฟิก Software RAID จากบทความที่ผ่านมาแล้ว ในบทความนี้จะกล่าวถึงวิธีการทดสอบในกรณีที่ดิสก์มีปัญหา วิธีการแก้ไข การป้องกันโดยเพิ่มดิสก์เพื่อทำหน้าที่เป็น spare
ในบทความนี้จะอธิบายการสร้างคอนฟิก Software RAID บนลินุกซ์ เพื่อเป็นการป้องกันข้อมูลเสียหายอันเนื่องมาจากดิสก์ที่ใช้เก็บ (Physical Disk) มีปัญหา
การสร้าง disk partition สำหรับทำ Software RAID
การทำ Software RAID บนลินุกซ์นั้น จะทำบน disk Parition ดังนั้นเราต้องแบ่ง parition ของดิสก์ให้เรียบร้อยก่อน โดยขนาดของแต่ละ partition ที่จะนำมารวมกันนั้น ควรจะมีขนาดเท่ากัน ซึ่งจริงๆ แล้วควรจะเป็นดิสก์ยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกันด้วย เพื่อประสิทธิภาพดีที่สุด
ในบางครั้งเมื่อเรามีไฟล์อยู่ในรูปแบบ iso ซึ่งเป็นได้มาจากการทำ image ของ CD หรือ DVD ก็ตาม ก่อนที่จะนำมาใช้งานเพื่อ write ใส่แผ่น ถ้าเราต้องการตรวจสอบดูว่าในไฟล์ iso นั้น มีไฟล์อะไรอยู่บ้าง ตามที่เราต้องการหรือไม่
วิธีการดูรายละเอียดไฟล์ที่อยู่ใน iso สามารถทำได้โดยง่าย บนลินุกซ์ดังนี้
ตรวจสอบข้อมูลของไฟล์ในเบื้องต้น
บนลินุกซ์จะมีคำสั่ง file เพื่อใช้ตรวจสอบว่าไฟล์เป็นไฟล์ในรูปแบบไหน
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง file ตรวจสอบไฟล์ iso สำหรับติดตั้ง Fedora 9
[root@images iso]# file Fedora-9-x86_64-DVD.iso Fedora-9-x86_64-DVD.iso: ISO 9660 CD-ROM filesystem data 'Fedora 9 x86_64 DVD ' (bootable)
ตรวจสอบรายละเอียดภายในไฟล์ iso
หลังจากดูข้อมูลในเบื้องต้นแล้ว ว่าเป็นไฟล์ในรูปแบบ iso เราสามารถใช้คำสั่ง mount เพื่อดูไฟล์ที่อยู่ใน iso ไฟล์นี้ได้ ดังนี้
[root@images iso]# mount -o loop Fedora-9-x86_64-DVD.iso /media/ [root@images iso]# ls /media/ GPL media.repo repodata RPM-GPG-KEY-fedora RPM-GPG-KEY-rawhide images Packages RPM-GPG-KEY RPM-GPG-KEY-fedora-rawhide TRANS.TBL isolinux README-BURNING-ISOS-en_US.txt RPM-GPG-KEY-beta RPM-GPG-KEY-fedora-test
ในตัวอย่างนี้หลังจากการ mount เข้ากับ /media/ แล้ว เราสามารถดูไฟล์ต่างๆ ได้ ซึ่งจริงๆ ก็สามารถใช้งานไฟล์เหล่านี้ได้โดยตรงเลย แต่เป็นแบบอ่านไฟล์ได้อย่างเดียวเท่านั้น ไม่สามารถแก้ไขได้ ซึ่งก็เหมือนกับเราเรียกใช้งานจากแผ่น CD หรือ DVD นั่นเอง เพียงแต่ไม่จำเป็นต้องนำไปเขียนใส่แผ่น CD หรือ DVD อีกต่อไป
ยกเลิกการ mount
หลังจากใช้งานเรียบร้อย ถ้าเราต้องการยกเลิกการ mount ก็สามารถทำได้โดยใช้คำสั่ง umount
[root@images iso]# umount /media/
คำเตือน: โปรดระมัดระวังเวลาจัดการเกี่ยวกับ Partition เพราะถ้าอ้างอิงชื่อผิด เช่น จาก /dev/sdb พิมพ์เป็น /dev/sda จะทำให้ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์นั้นเสียหายไปได้
บทความนี้ขอกล่าวถึงการใช้คำสั่ง parted สร้าง Linux Partition ที่มีขนาดมากกว่า 2TB ซึ่งจะไม่สามารถสร้างได้โดยใช้คำสั่ง fdisk เพราะว่าการใช้คำสั่ง fdisk ในการสร้าง partition นั้นจะสามารถสร้างขนาดได้มากสุดได้แค่ 2TB เท่านั้น ตามตัวอย่างด้านล่างนี้
หลังจากที่กล่าวถึงเหตุผลว่าทำไมต้องใช้ LVM ในบทความที่แล้ว คราวนี้เราจะลองคอนฟิกกันดู
บทความนี้ขอแนะนำ LVM (Logical Volume Management) มาใช้ในการแก้ปัญหาเนื้อที่ในการเก็บข้อมูลไม่เพียงพอ ซึ่งลินุกซ์ส่วนใหญ่ตอนนี้จะมี LVM มาให้ด้วยอยู่แล้ว และถ้าตอนติดตั้ง OS เลือกแบบ Create default layout นั้น โปรแกรมติดตั้งก็จะเลือกใช้ LVM บน disk partition แต่ละอันที่แบ่งให้เลย ทำให้สะดวกต่อการใช้งาน แล้วเราก็สามารถมาปรับ ลด แก้ไข ขนาดในการเก็บข้อมูลของแต่ละส่วนได้
หลังจากที่ประสบปัญหาเนื้อที่ในฮาร์ดดิสก์เหลือน้อยมาก จะลบไฟล์บางส่วนทิ้งไปเลยก็เสียดาย วันนี้เลยไปซื้อแผ่นดีวีดีมา เพื่อจัดการย้ายข้อมูลหรือไฟล์บางส่วนไรท์ลงแผ่นซะ (ถ้าจะให้ดูหรูหน่อยต้องบอกว่าเรากำลังทำ Information Lifecycle Management)
บทความนี้ขอแนะนำวิธีการเขียนไฟล์ลงแผ่นดีวีดีโดยใช้คำสั่งบนลินุกซ์
หมายเหตุ ถ้าต้องการเขียนซีดี สามารถวิธีการได้ที่ เขียนแผ่นซีดีบนลินุกซ์
read more…
บทความนี้ขอแนะนำวิธีการง่ายๆ ในการทดสอบความเร็วของฮารดดิสก์บนลินุกซ์ ด้วยคำสั่ง dd


