ในตอนสุรปนี้ จะเพิ่มผลลัพธ์จากการรันคำสั่ง sysbench เพื่อทดสอบ fileio ทั้งการอ่านและเขียนไฟล์แบบ sequential, random
ในตอนแรก เปรียบเทียบ RAID-0 จากคำสั่ง mdadm และ lvm ตอนที่ 1 เราได้ทดลองใช้คำสั่ง mdadm เพื่อคอนฟิกดิสก์เป็นแบบ linear และ stripe ซึ่งให้ผลลัพธ์ความเร็วในการเขียนข้อมูลแตกต่างกัน ในตอนนี้จะลองใช้คำสั่ง LVM บ้าง เพื่อสร้างคอนฟิกแบบ linear และ stripe เพื่อเป็นการเปรียบเทียบกัน
เกิดความสงสัยขึ้นมา ขณะคอนฟิกเซิร์ฟเวอร์ที่มีดิสก์หลายๆ ก้อน เพื่อทำหน้าที่เป็น file server ว่า ระหว่างการใช้ mdadm และ lvm เพื่อรวมดิสก์แต่ละก้อนเข้าด้วยกันทำเป็น RAID-0 อย่างไหนจะเร็วกว่ากัน เลยทดสอบและนำผลลัพธ์แต่ละคอนฟิกมาเปรียบเทียบกัน
และเพื่อความครบถ้วนของการเปรียบเทียบ เลยทดสอบคอนฟิกทั้งเป็นแบบ linear และ stripe (RAID-0) จากการใช้คำสั่งทั้งสองด้วย โดยแยกเป็นสองบทความ ในตอนแรกจะใช้คำสั่ง mdadm ก่อน
SysBench เป็นโปรแกรมที่ใช้วัดประสิทธิภาพ (benchmark) ของเครื่องได้หลายอย่าง ทั้ง CPU, Memory, Disk และ Database ทั้งนี้ยังสามารถระบุออปชั่นสำหรับการทดสอบได้เช่น จำนวน thread ที่รัน ขนาดที่จะทดสอบ ระยะเวลาที่ใช้ในการรัน
เราสามารถนำผลลัพธ์ที่ได้มาเปรียบเทียบเพื่อการตัดสินใจเลือกซื้อ ปรับแต่งเครื่อง หรือแก้ไขคอนฟิกให้ระบบทำงานได้ดีขึ้น
เนื่องจากในแผ่นติดั้ง หรือ จาก Fedora 10 Everything ไม่มีโปรแกรม sysbench ในรูปแบบ rpm ทำให้การที่จะใช้โปรแกรมนี้ได้ ในบทความนี้ขอนำเสนอขั้นตอนและวิธีการคอมไพล์โปรแกรม sysbench และติดตั้งเอง
บทความนี้จะอธิบายการคอนฟิก Samba เพื่อซ่อนไฟล์ (hide) เพื่อไม่ให้ผู้ใช้งานมองเห็นได้โดยดีฟอลต์ และการคอนฟิกเพื่อป้องกัน (veto) ไม่ให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้ไฟล์ที่มีชื่อที่กำหนดไว้ได้ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลายกรณี เช่น ป้องกันไม่ให้ผู้ใช้เก็บไฟล์ที่ไม่ใช่ไฟล์งานเช่น “.mp3″ ไว้บนเซิร์ฟเวอร์ผ่านการแชร์ไฟล์ได้
ตัวอย่างในบทความนี้ทดสอบบน Fedora 10 และติดตั้ง Samba เวอร์ชั่น 3.2.4
หลังจากที่เปิดการใช้งาน disk quota กับ /home แล้ว ในตอนที่ 2 นี้จะอธิบายการกำหนดปริมาณการใช้งานดิสก์ของผู้ใช้งานแต่ละคน (user quota)
แม้ว่าทุกวันนี้ขนาดของดิสก์จะมีขนาดมากขึ้นเรื่อยๆ และมีราคาที่ถูกลง แต่ปริมาณความต้องการของผู้ใช้งานกลับเพิ่มสูงขึ้น กระทั่งไม่ว่าจะเพิ่มดิสก์เท่าไร ก็ไม่เพียงพอ
โดยดีฟลอต์เซิร์ฟเวอร์ลีนุกซ์ที่ติดตั้ง จะไม่มีการจำกัดพื้นที่ดิสก์ของผู้ใช้งาน แต่ละคนสามารถใช้ได้จนกระทั่งขนาดของดิสก์ไม่เพียงพอ
บทความนี้ขอนำเสนอวิธีการคอนฟิก Disk Quota เพื่อจำกัดปริมาณการใช้งานดิสก์ โดยสามารถทำได้เป็นระดับรายผู้ใช้งาน (user quota) หรือจะแบ่งเป็นกลุ่ม (group quota) ได้
คุณสมบัติใหม่อย่างหนึ่งของ Fedora 10 ที่เพิ่มจากเวอร์ชั่นก่อน คือการสนับสนุน filesystem เพิ่มเติม ประกอบด้วย ext4 และ xfs
หลังจากที่ได้ทดลองติดตั้ง Fedora 10 เลยเกิดความลังเลว่าจะเปลี่ยน filesystem เป็นแบบใหม่หรือไม่ เลยลองรันคำสั่งง่ายๆ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการสร้าง การลบไฟล์ เป็นต้น
บทความนี้ไม่มีไรมาก แค่ทดลองสร้างดิสก์ใน VMware Server ด้วยขนาดต่างๆ ที่ใกล้เคียงกับขนาดฮาร์ดดิสก์จริงๆ (physical disk) ที่มีขายทั่วไป ทั้งนี้เพื่อเปรียบเทียบค่าต่างๆ เช่น จำนวน cylinder, block, หรือ disk size ที่ใช้ได้จริงหลังการสร้าง filesystem แบบ ext3 บนลินุกซ์
โดยดั้งเดิมการกำหนดสิทธิในการอ่านหรือแก้ไขไฟล์หรือไดเร็คทอรี บน Linux/UNIX นั้น จะถูกกำหนดในรูปแบบของ permission โดยจะแบ่งเป็น สามส่วนใหญ่ๆ คือ user, group และ others แต่การใช้งานโดยทั่วไปแล้ว เช่นผ่าน File Server ถ้าเปรียบเทียบกับการกำหนดสิทธิบน Windows แล้ว บางครั้งเราอาจต้องการกำหนดรายละเอียดย่อยมากกว่านั้น เช่น ให้มากกว่า 1 user หรือ มากกว่า 1 group เข้ามีสิทธิเกี่ยวกับไฟล์เช่น คนนี้อ่านได้อย่างเดียว กลุ่มนี้อ่านได้ แล้วเขียนได้ด้วย ซึ่งรูปแบบ permission จะไม่สามารถทำได้
ถ้าต้องการกำหนดสิทธิโดยละเอียดมากขึ้น บน Linux จะมีคุณสมบัติ POSIX ACL หรือ Extended ACL ให้สามารถเรียกใช้งานได้ โดยคุณสมบัตินี้ติดตั้งมากับ Linux นานพอสมควร โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมอะไรเพิ่มเติม
read more…

