เพื่อป้องกันกรณีเครื่องเซิร์ฟเวอร์อาจเกิดความเสียหายไม่ว่าจะเกิดจากเหตุอะไร แนะนำให้เก็บสำรองคอนฟิกไว้
ไฟล์คอนฟิกของลีนุกซ์เกือบทั้งหมด จะอยู่ในไดเร็คทอรี /etc ส่วนใหญ่จะเป็น text file มีขนาดเล็กๆ ดังนั้นแนะนำให้เก็บทุกไฟล์ที่อยู่ในนี้
วิธีการเก็บสำรองไฟล์แบบง่ายที่สุดน่าจะเป็นการใช้คำสั่ง tar
ตัวอย่างการเก็บไฟล์ทั้งหมดที่อยู่ใน /etc
[root@server ~]# cd / [root@server /]# tar zcvpf server-backup-etc-20111031.tar.gz etc/ etc/ etc/sysctl.conf etc/inittab etc/idmapd.conf etc/pki/ etc/pki/nssdb/ ...
คำแนะนำ
- tar บนลีนุกซ์ สามารถระบุออปชั่น z เพื่อบีบขนาดของไฟล์ได้เลย
- การระบุไดเร็คทอรีเวลาใช้คำสั่ง tar ให้เอาเครื่องหมาย / ที่อยู่หน้าไดเร็คทอรีออก มิฉะนั้นเวลาไปแตกไฟล์ (untar) ออก อาจพลาดไปเขียนไฟล์ทับ /etc ของเครื่องปลายทางได้
ตัวอย่างไฟล์ tar ที่ได้
[root@server /]# ls -l server-backup-etc-20111031.tar.gz -rw-r--r-- 1 root root 5332341 Oct 31 20:52 server-backup-etc-20111031.tar.gz
ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะเก็บไฟล์ tar นี้ไว้ที่ไหน เช่นเก็บใส่ USB Drive หรือ ส่งไฟล์ (transfer file) ไปเครื่องที่อยู่ที่อื่น
ส่วนไฟล์คอนฟิกอื่นๆ ต้องขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่ติดตั้ง บางโปรแกรมอาจติดตั้งอยู่ใน /opt หรือ /usr/local ต้องลองหาดู
อีกอย่างที่ควรระวัง คือเวลาติดตั้งโปรแกรมใหม่ หรือทดลองรันโปรแกรมแล้วใช้งานเลย โดยไม่ได้เข้าไปแก้ไขไฟล์คอนฟิก ที่อยู่ใน /etc ให้เรียบร้อย ทำให้เวลามีการ reboot เครื่องใหม่ เซอร์วิสบางอย่างอาจไม่ได้รันขึ้นมาเหมือนเดิม
โดยส่วนตัวแล้ว นอกจากเก็บไฟล์ที่อยู่ใน /etc แล้ว จะรันคำสั่งดังต่อไปนี้เพื่อเก็บสถานะของเครื่อง ณ ขนะนั้นจริงๆ ว่ารันอะไรอยู่บ้าง เพื่อจะได้ใช้เปรียบเทียบหลังจากที่ reboot เครื่องใหม่
- uname -a
- hostname
- ps -ef
- free
- netstat -an
- netstat -rn
- ifconfig -a
- mii-tool
- iptables -L -v -n
- sestatus
- lsmod
- dmesg
- mount
- df -k
- pvdisplay
- vgdisplay
- lvdisplay
- cat /proc/mdstat
ลองนำไปใช้กันดูครับ หวังว่าเซิร์ฟเวอร์ของทุกท่านจะปลอดภัย
FTP Server ถือเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้งและคอนฟิกค่อนข้างง่ายมาก ดีฟอลต์คอนฟิกหลังจากติดตั้งไม่ว่าจาก rpm หรือ yum ก็สามาถใช้งานได้เลย
แต่ถ้าเปิดเป็น FTP Server ที่ให้บริการบนอินเตอร์เน็ต แนะนำให้เปลี่ยนคอนฟิกบ้าง ไม่งั้นเซิร์ฟเวอร์คุณอาจตกเป็นที่โจมตีจากผู้ไม่ประสงค์ดีทั้งหลาย
ในที่นี้เลือกใช้ vsftpd ด้วยเหตุผล เรื่องความปลอดภัย ความเร็ว คอนฟิกง่าย และ FTP Server ขนาดใหญ่ๆ ก็ใช้กัน
ด้วยเหตุผลทางด้านประสิทธิภาพ ต้องการลงโปรแกรม library หรือ driver ของอุปกรณ์บางตัว ที่ต้องใช้ kernel เวอร์ชั่นใหม่
ในบทความนี้ ขอแนะนำวิธีการ upgrade kernel บน CentOS 5.6 โดยการดาวน์โหลดไฟล์ rpm แล้วนำมาติดตั้งเองด้วยคำสั่ง rpm
หลังจากปล่อยเว็บเซิร์ฟเวอร์ (Apache Web Server) ให้ทำงานไว้นานมากหลายปี ได้เวลาปรับปรุงเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด เพื่อประสิทธิภาพ และเพื่อความปลอดภัย
แต่ปัญหาคือเครื่องจะปรับปรุงนี้ รัน httpd ไว้หลายโปรเซส หลายพอร์ตมาก ทำให้เริ่มงงว่า โปรเซสไหน รันจาก httpd ไฟล์ไหน ใช้คอนฟิก httpd.conf ที่ไหน
หลังจาก ทดสอบ Red Hat Enterprise Linux 6.0 บทความนี้ขอนำมาเปรียบเทียบกับการติดตั้ง CentOS 6.0 โดยใช้แผ่นดีวีดี เผื่อหวังว่าผู้สนใจได้ข้อมูลในเบื้องต้น ประกอบการตัดสินใจในการใช้งาน
บทความนี้ แสดงตัวอย่างการติดตั้ง Tivoli Storage Manager V6.2 Server บน CentOS 5.6 (x86_64) แบบ command line
เพื่อความสะดวก ขอเขียนย่อ Tivoli Storage Manager เป็น TSM
ช่วงนี้รับงาน เพื่อเขียนโปรแกรมดึงข้อมูลจาก text file ทำเป็นรายงานสรุป โดยข้อมูลที่ได้มา มีจำนวนบรรทัดมากมายมหาศาล รวมๆ แล้วเป็น หมื่นล้านบรรทัด
ต้องหากระบวนการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการเขียนโปรแกรม และเมื่อได้วิธีการที่ผู้เขียนคิดว่าดีที่สุดแล้ว เลยนำมาเปรียบเทียบแชร์เล่าสู่กันฟัง
ข้อมูลที่อยู่ในไฟล์ แยกเป็นบรรทัด เหมือนกับ CSV ไฟล์ งานแรกที่ต้องทำคือ เขียนโปรแกรมเพื่อดึงข้อมูลเฉพาะบรรทัดที่มีคำที่ต้องการเท่านั้น
ขอแปะไว้กันลืม และเผื่อมีท่านใด เจอปัญหาเหมือนผมบ้าง หาอยู่นานพอสมควร เพื่อจะพยายามคอนฟิกเก็บข้อมูล subversion (svn) ไว้บน Web Server
หลังจากติดตั้ง “mod_dav_svn” แล้วพยายาม สตาร์ต httpd ไม่สำเร็จ ดังนี้
[root@repos ~]# service httpd restart Stopping httpd: [FAILED] Starting httpd: httpd: Syntax error on line 210 of /etc/httpd/conf/httpd.conf: Syntax error on line 2 of /etc/httpd/conf.d/subversion.conf: Cannot load
/etc/httpd/modules/mod_dav_svn.so into server: /etc/httpd/modules/mod_dav_svn.so: undefined symbol: dav_register_provider [FAILED]
ไม่มีไรมาก ในบทความนี้ ขอรวบรวม วิธีการ เพิ่ม ลบ และ แสดง routing table บน OS ต่างๆ เพื่อผู้สนใจ และอาจสับสนในบางครั้ง เมื่อต้องดูแลจัดการเครื่องหลายแบบ
ตัวอย่างทั้งหมด แสดงการเพิ่ม และ ลบ route เพื่อไปยัง network “172.16.1.0/255.255.255.0″ โดยผ่าน gateway “192.168.1.254″
ส่วนการแสดง routing table นั้น จะแสดงผลลัพธ์เฉพาะส่วนที่เพิ่ม route เท่านั้น
read more…
เวลาของไฟล์บน Unix มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ใช้ ไม่ว่าจะใช้ดูเพื่อหาว่า ไฟล์นี้ถูกเปลี่ยนแปลงไปเมื่อไร เก่าไป หรือใหม่กว่าอย่างไร
อีกประการ ยังถูกใช้โดยโปรแกรม Backup เพื่อเลือกไฟล์สำหรับการทำ Backup แบบ Incremental คือ เลือกเฉพาะไฟล์ที่เพิ่มขึ้นใหม่ หรือไฟล์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงเท่านั้น
เวลาของไฟล์บน Unix มีอยู่ 3 ค่า คือ atime, ctime, mtime ในที่นี้จะอธิบายการเปลี่ยนแปลงของค่าเวลาต่างๆ ดังนี้


