บทความนี้แสดงตัวอย่างการทดสอบโดยใช้โปรแกรม wget โหลดไฟล์ผ่าน squid เพื่อดูผลของการตั้งค่า cache size ต่างๆ ว่ามีผลต่อการโหลดไฟล์ การ HIT cache อย่างไร
ในแต่ละการทดสอบ มีการแสดงไฟล์ log ของ squid ด้วย คือไฟล์
- access_log (/var/log/squid/access_log) เก็บข้อมูลการใช้งาน proxy ว่ามาจากเครื่อง “client” ไหน เข้าเว็บไซต์ไหน รวมทั้งบอกผลการ HIT cache หรือไฟล์ที่โหลดนั้น มีอยู่ใน cache หรือยัง
- store_log (/var/log/squid/store.log) เก็บรายละเอียดการสร้าง “SWAPOUT” หรือลบ “RELEASE” ไฟล์ cache
ปกติการติดตั้ง squid โดยใช้คำสั่ง rpm สามารถที่จะใช้งานได้เลย แต่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของ squid เช่น เพิ่มขนาดของไฟล์ cache เพื่อให้สามารถเก็บไฟล์ได้มากขึ้น ซึ่งมีผลให้โอกาสที่มีการโหลดไฟล์เดียวกันซ้ำ (cache hit) มีสูงมากขึ้น ทำให้ประหยัด bandwidth ที่ต้องใช้ในการโหลดไฟล์จากอินเตอร์เน็ต
บทความนี้กล่าวถึงการแก้ไขคอนฟิกของ squid ในส่วนเพื่อเพิ่มขนาดของ cache โดยจะทดสอบบน Fedora 11 คอนฟิกไฟล์ของ squid จะอยู่ที่ /etc/squid/squid.conf
ขั้นตอนนี้จะเป็นการคอนฟิก Cacti ผ่านหน้าเว็บ ซึ่งเป็นค่าคอนฟิกต่างๆ ที่ใช้รัน
หลังจากติดตั้งไฟล์โปรแกรม cacti เรียบร้อยแล้ว ต้องแก้ไขคอนฟิกไฟล์รวมทั้งสร้าง database เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลของ cacti เองด้วย
Cacti จัดเป็นโปรแกรมทางด้าน Network Management อย่างหนึ่ง คุณสมบัติหลักๆ คือสามารถไปดึงค่าต่างๆ จากอุปกรณ์ network ไม่ว่าจะเป็น Server, Router, Switch ผ่านทาง Poller นำข้อมูลมาเก็บไว้ใน Data Storage แล้วสามารถนำค่ามา plot เป็นกราฟ โดยใช้ RRDTool (ซึ่งเป็นโปรแกรมสร้างกราฟเดียวกันกับ MRTG)
ในตอนที่ 1 จะอธิบายวิธีการติดตั้งไฟล์ที่จำเป็นและ Cacti บน Fedora 11 (x86_64) โดยทดสอบบนเครื่องที่ ติดตั้ง Fedora 11 แบบประหยัดพื้นที่สุด
SNMP เป็นโปรโตคอลมาตรฐานสำหรับการบริหารจัดการอุปกรณ์ทางด้านเครือข่าย คือสามารถที่จะดึงค่าที่ต้องการ หรือคอนฟิกค่าของอุปกรณ์ได้
การที่จะสามารถเขียน PHP ให้เรียกใช้ฟังก์ชั่นเกี่ยวกับ snmp ได้ ต้องติดตั้งโมดูล php-snmp
จากบทความ ติดตั้ง Apache, PHP บน Fedora 11 เราได้ติดตั้ง เว็บเซิร์ฟเวอร์ Apache และ PHP เพื่อให้สามารถเขียนเว็บเพจโดยใช้ภาษา PHP ได้ แต่ถ้าทำเพียงเท่านี้ จะะสามารถเรียกใช้ฟังก์ชั่นแค่พื้นฐานเท่านั้น ถ้าต้องการใช้ฟังก์ชั่นอื่นๆ ด้วย เช่นเชื่อมต่อเข้ากับ MySQL เราจำเป็นต้องติดตั้ง PHP Module เพิ่มเติม
ในบทความนี้อธิบายวิธีการตรวจสอบและติดตั้งโมดูลเพิ่มเติม ตัวอย่างจะเป็นการติดตั้งโมดูล MySQL เพื่อให้สามารถเขียน PHP เชื่อมเข้ากับฐานข้อมูลได้
การติดตั้งลีนุกซ์ส่วนใหญ่รวมทั้ง fedora จะติดตั้ง และเปิดคุณสมบัติ firewall มาด้วย ซึ่งโดยดีฟอลต์แล้ว จะอนุญาตให้ packet ขาเข้า (INPUT) ได้เฉพาะ ping และ SSH เท่านั้น
ลีนุกซ์จะใช้โปรแกรมที่ชื่อ iptables ทำหน้าที่เป็น firewall และใช้คำสั่งนี้ในการแสดงและแก้ไขคอนฟิก (rules) ของ firewall
หลังจากติดตั้ง MySQL แล้ว แนะนำให้รัน mysql_secure_installation เพื่อเปลี่ยนคอนฟิกเริ่มต้นเช่น password ในการเรียกใช้ database
แต่ถ้ารันคำสั่งนี้ในขณะที่อยู่ในไดเร็คทอรีที่ไม่สามารถเขียนไฟล์ได้ (read-only) เช่นอยู่ในไดเร็คทอรีที่ mount CD หรือ DVD จะขึ้น error ตามด้านล่าง
[root@fc11-64min Packages]# pwd /media/Packages
[root@fc11-64min Packages]# mysql_secure_installation
touch: cannot touch `.my.cnf.2100': Read-only file system
touch: cannot touch `.mysql.2100': Read-only file system
chmod: cannot access `.my.cnf.2100': No such file or directory
chmod: cannot access `.mysql.2100': No such file or directory
read more...

