ส่วนหนึ่งของ พรบ.ด้านคอมพิวเตอร์ ปี 2550 คือต้องปรับเวลาของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ตรงกับเวลามาตรฐาน เพราะจะมีผลต่อ log file ต่างๆ ที่อยู่ในเครื่อง เพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง
ในบทความนี้จะแนะนำวิธีการคอนฟิก NTP ในลินุกซ์ เพื่อให้มีเวลาตรงกับมาตรฐาน โดยจะมีตัวอย่างการคอนฟิกของ Fedora 9
เพิ่งทราบว่าโปรแกรม dvd+rw-tools (ณ เวลาที่เขียนบทความนี้) สามารถเขียนได้แต่แผ่นดีวีดี ถ้าใส่แผ่นซีดี (CD-R) เข้าไปในไดร์ฟที่เป็น DVD+RW แล้วใช้โปรแกรมนี้ทดลองเขียนไฟล์ลงบนแผ่นซีดี จะไม่สามารถเขียนได้
[root@server ~]# growisofs -Z /dev/dvd=data-backup.iso : -( /dev/dvd: media is not recognized as recordable DVD: 9
ถ้าลองใช้คำสั่ง dvd+rw-mediainfo ตรวจสอบก็จะมีข้อความฟ้องขึ้นมา
[root@server ~]# dvd+rw-mediainfo /dev/dvd INQUIRY: [ASUS ][DRW-2014L1T ][1.00] GET [CURRENT] CONFIGURATION: : -( non-DVD media mounted, exiting...
ถ้าต้องการเขียนไฟล์ลงบนแผ่นซีดี ต้องใช้คำสั่ง wodim (ชื่อเก่าคือโปรแกรม cdrecord) โดยจะมีวิธีการทำดังต่อไปนี้
โดยดั้งเดิมการกำหนดสิทธิในการอ่านหรือแก้ไขไฟล์หรือไดเร็คทอรี บน Linux/UNIX นั้น จะถูกกำหนดในรูปแบบของ permission โดยจะแบ่งเป็น สามส่วนใหญ่ๆ คือ user, group และ others แต่การใช้งานโดยทั่วไปแล้ว เช่นผ่าน File Server ถ้าเปรียบเทียบกับการกำหนดสิทธิบน Windows แล้ว บางครั้งเราอาจต้องการกำหนดรายละเอียดย่อยมากกว่านั้น เช่น ให้มากกว่า 1 user หรือ มากกว่า 1 group เข้ามีสิทธิเกี่ยวกับไฟล์เช่น คนนี้อ่านได้อย่างเดียว กลุ่มนี้อ่านได้ แล้วเขียนได้ด้วย ซึ่งรูปแบบ permission จะไม่สามารถทำได้
ถ้าต้องการกำหนดสิทธิโดยละเอียดมากขึ้น บน Linux จะมีคุณสมบัติ POSIX ACL หรือ Extended ACL ให้สามารถเรียกใช้งานได้ โดยคุณสมบัตินี้ติดตั้งมากับ Linux นานพอสมควร โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมอะไรเพิ่มเติม
man page บางคำสั่งบน Linux/UNIX นั้น นอกจากจะอธิบายวิธีการใช้งานโปรแกรมแล้ว จะพูดถึงพื้นฐานของคำสั่งนั้นด้วยด้วย บางคำสั่งมีขนาดยาวมากๆ หลายหน้าจอ ซึ่งอาจไม่สะดวกอ่าน หรือทำให้เมื่อยล้าต่อการศึกษาทำความเข้าใจ โดยเฉพาะส่วนตัวผมเองนั้น ไม่ชอบการอ่านบนหน้าจอนานๆ
วิธีการหนึ่งที่ผมใช้คือ ผมจะแปลงไฟล์ manual page ให้เป็นไฟล์ HTML โดยใช้คำสั่ง man2html ก่อนเพื่อนำไปสั่งพิมพ์ ซึ่งข้อดีนอกจากการจัดรูปแบบตัวอักษรของไฟล์ HTML แล้ว ยังมีการสร้างลิ้งค์เชื่อมโยงในแต่ละหัวข้อให้ด้วย ซึ่งจะสะดวกในการอ้างอิง
ในบางครั้งที่เกิดปัญหากับลินุกซ์จนทำให้ไม่สามารถจะ login, telnet หรือ ssh เข้าไปที่ตัวเครื่องได้ ซึ่งอาจเนื่องมาจาก network ที่ต่ออยู่มีปัญหาหรืออาจจะเป็นปัญหาอื่นๆ
การที่จะแก้ปัญหาในเบื้องต้นจำเป็นต้องใช้หน้าจอ console ของเครื่องโดยตรงเพื่อ login เข้าไป ซึ่งการที่จะทำได้นั้น จำเป็นต้องมีคีย์บอร์ดและจอภาพต่ออยู่ ซึ่งถ้ามีอยู่แล้วหรือใช้เป็นแบบ KVM ก็สามารถทำได้ทันที แต่ในบางกรณีไม่ได้ต่ออุปกรณ์จำพวกนี้ไว้ ต้องไปหามาแล้วยกมาจากที่อื่น บางทีอาจต้องไปถอดจากเครื่องอื่นมาทำให้ไม่สะดวก
วิธีการหนึ่งที่ทำได้ แต่ต้องคอนฟิกไว้ตั้งแต่ตอนต้น ก่อนเกิดปัญหาคือ การใช้ console ผ่านทาง Serial Port หรือ COM Port ของเครื่อง โดยคอนฟิกพอร์ตนี้ให้ทำหน้าที่เป็น console ของเครื่อง แล้วใช้เครื่องอื่นๆ เช่น notebook ต่อสาย console เข้าไป ก็สามารถที่จะ login ผ่าน console ได้ ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนกับใช้ notebook ต่อสาย console เข้ากับอุปกรณ์ network ที่มีแต่ Serial Port เท่านั้น เช่น Cisco, 3Com, Alcatel,..
หลังจากที่เราคอนฟิก Software RAID จากบทความที่ผ่านมาแล้ว ในบทความนี้จะกล่าวถึงวิธีการทดสอบในกรณีที่ดิสก์มีปัญหา วิธีการแก้ไข การป้องกันโดยเพิ่มดิสก์เพื่อทำหน้าที่เป็น spare
ในบทความนี้จะอธิบายการสร้างคอนฟิก Software RAID บนลินุกซ์ เพื่อเป็นการป้องกันข้อมูลเสียหายอันเนื่องมาจากดิสก์ที่ใช้เก็บ (Physical Disk) มีปัญหา
การสร้าง disk partition สำหรับทำ Software RAID
การทำ Software RAID บนลินุกซ์นั้น จะทำบน disk Parition ดังนั้นเราต้องแบ่ง parition ของดิสก์ให้เรียบร้อยก่อน โดยขนาดของแต่ละ partition ที่จะนำมารวมกันนั้น ควรจะมีขนาดเท่ากัน ซึ่งจริงๆ แล้วควรจะเป็นดิสก์ยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกันด้วย เพื่อประสิทธิภาพดีที่สุด
วิธีการทำงานของคำสั่ง grep คือจะอ่านไฟล์ที่เราต้องการค้นหาทีละบรรทัด แล้วดูว่าตรง (match) กับคำหรือรูปแบบที่เราต้องการค้นหาหรือไม่ ซึ่งผลลัพธ์โดยดีฟอลต์ที่ได้จากการรันคำสั่ง จะแสดงผลลัพธ์เป็นบรรทัดต่างๆ ที่ตรงกับคำหรือรูปแบบนั้นๆ
read more…
